⚡ สรุปใน 30 วินาที
- สหรัฐฯ เพิกถอนวีซ่าคนขับรถเม็กซิโกราว 25,000 คน
- ค่าขนส่งบางเส้นทางเม็กซิโก-สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 28-57%
- FreightWaves คาดตลาดขนส่งชายแดนตึงตัวต่อถึงปี 2027
คนทำธุรกิจที่นำเข้าสินค้าจากเม็กซิโก หรือใช้เส้นทางผ่านชายแดนสหรัฐฯ อาจต้องเผื่อต้นทุนและเวลาขนส่งมากขึ้น หลังหน่วยงานสหรัฐฯ เพิกถอนวีซ่า B-1 ของคนขับรถบรรทุกชาวเม็กซิโกราว 25,000 คน จนจำนวนคนขับที่พร้อมรับงานข้ามแดนลดลงอย่างชัดเจน ข้อมูลจาก FreightWaves ระบุว่าแรงกดดันนี้อาจลากยาวไปถึงปี 2027
ผลกระทบไม่ได้มาจากความต้องการขนส่งที่พุ่งขึ้น แต่เกิดจาก Capacity ที่หายไป ทำให้ผู้ให้บริการปฏิเสธงานมากขึ้น และ Spot Rate บนเส้นทางสำคัญปรับตัวสูงขึ้น แม้ปริมาณสินค้ารวมจะยังไม่ได้เพิ่มขึ้นมากก็ตาม

คนขับลดลง ดันค่าขนส่งเม็กซิโก-สหรัฐฯ
ตลาดที่ตึงตัวที่สุดอยู่บริเวณ El Paso โดยอัตราการปฏิเสธงานขนส่ง หรือ Tender Rejection พุ่งขึ้นราว 24-25% ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม และยังอยู่ใกล้ 20% ข้อมูลจาก FreightWaves SONAR ระบุว่า San Diego/Otay Mesa มีอัตราดังกล่าวประมาณ 10% เพิ่มจาก 3.9% ในปีก่อน
ส่วน Laredo อยู่ใกล้ 7% หลังลดลงไปแตะ 6.07% เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ก่อนฟื้นกลับมาอยู่ที่ 7.78% ในวันที่ 10 ตุลาคม เมื่อเทียบกับภาพรวมทั่วประเทศที่อัตรา Tender Rejection ขยับจาก 5.7% เป็น 13.8% ตลาดชายแดนจึงได้รับแรงกดดันมากกว่าค่าเฉลี่ย
- San Diego ไป Phoenix: Spot Rate เพิ่มขึ้น 57% เมื่อเทียบกับปีก่อน
- Laredo ไป Dallas: เพิ่มขึ้น 43%
- Laredo ไป Chicago: เพิ่มขึ้น 35%
- El Paso ไป Dallas: เพิ่มขึ้น 28%
ข้อมูลยังชี้ว่า Mexico Contract Volume Index ฟื้นจากการลดลงแรงในเดือนมกราคม แต่ไม่ได้พุ่งขึ้นจนเป็นเหตุผลหลักของค่าขนส่งที่แพงขึ้น นั่นหมายความว่าแรงกดดันรอบนี้มาจากจำนวนคนขับที่มีจำกัดมากกว่าความต้องการสินค้า
ฝั่งแคนาดาเจอปัญหาคนละแบบ
ชายแดนสหรัฐฯ-แคนาดาไม่ได้เผชิญปัญหาคนขับขาดแคลนเป็นหลัก แต่เป็น Freight Imbalance หรือความไม่สมดุลของปริมาณสินค้า โดยสินค้าขาออกจากแคนาดายังมีมาก ขณะที่งานขากลับไปทางเหนือมีน้อย
เมื่อรถบรรทุกหาเที่ยวกลับได้ยาก ผู้ให้บริการบางรายจึงหลีกเลี่ยงตลาดสหรัฐฯ บางแห่ง หรือเรียกค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น ค่าขนส่งในบางเส้นทางแคนาดาปรับขึ้น 20-35% ในช่วงหกสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วน Canadian Rejection Rate เพิ่มจากประมาณ 4% เป็น 5.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน และคาดว่าจะสูงขึ้นต่อไปจนถึงปลายปี
ความไม่สมดุลนี้ยังทำให้สินค้าที่เคยอยู่ใน Contract Freight บางส่วนไหลไปสู่ตลาด Spot เพื่อให้หา Capacity ได้ โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ
เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณยังไง
แม้ธุรกิจออนไลน์ในไทยอาจไม่ได้ใช้เส้นทางสหรัฐฯ-เม็กซิโกหรือสหรัฐฯ-แคนาดาโดยตรง แต่ตลาดขนส่งชายแดนที่ตึงตัวสามารถกระทบต้นทุนของสินค้าและ Supply Chain ระหว่างประเทศได้ หากคุณพึ่งพาซัพพลายเออร์หรือผู้ให้บริการที่เชื่อมโยงกับเส้นทางเหล่านี้ ควรเตรียมรับความผันผวนล่วงหน้า
- ตรวจสอบว่า Supplier หรือ Freight Forwarder ใช้เส้นทางชายแดนใด และมีทางเลือกหรือไม่
- ขอใบเสนอราคาที่แยกค่าขนส่ง ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมให้ชัดเจน
- เผื่อเวลาและงบประมาณสำหรับ Shipment ที่อาจถูกเลื่อนหรือเปลี่ยนเส้นทาง
- เปรียบเทียบ Contract Rate กับ Spot Rate ก่อนล็อกต้นทุนระยะยาว
- ติดตาม Tender Rejection และค่าขนส่งในเส้นทางหลัก หากสินค้าของคุณเกี่ยวข้องกับตลาดอเมริกาเหนือ
ประเด็นสำคัญคือ ตลาดอาจไม่ได้มีออเดอร์เพิ่ม แต่การขนส่งยังแพงขึ้นได้เมื่อ Capacity ลดลง FreightWaves จึงมองว่าแรงกดดันครั้งนี้อาจยังไม่คลี่คลายง่าย และอาจต่อเนื่องไปถึงปี 2027
ที่มา