⚡ สรุปใน 30 วินาที
- ค่าระวางเอเชีย-สหรัฐฯ แตะระดับสูงสุดของปี แม้คาดว่าดีมานด์จะชะลอ
- พักรบสหรัฐฯ-จีนอาจเลื่อนค่าธรรมเนียมเรือที่เชื่อมโยงกับจีน
- คลองปานามาฟื้นตัวบางส่วน แต่ความเสี่ยงจากสภาพอากาศยังไม่หมดไป
คนทำธุรกิจที่นำเข้าสินค้าจากเอเชียยังต้องรับมือกับค่าขนส่งทางเรือที่สูง แม้สหรัฐฯ และจีนจะต่ออายุข้อตกลงพักรบทางการค้าออกไปอีก 2 เดือน โดยค่าระวางเส้นทางเอเชียไปสหรัฐฯ ฝั่งตะวันตกขึ้นไปแตะ 8,400 ดอลลาร์ต่อ FEU ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของปี
ข้อตกลงใหม่นี้ช่วยลดความเสี่ยงที่นโยบายการค้าจะปะทุขึ้นอีกครั้งก่อนฤดูขนส่งและค้าปลายปี แต่ไม่ได้ทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์ลดลงทันที เพราะตลาดยังเจอเที่ยวเรือที่ถูกยกเลิก ความล่าช้าตามท่าเรือ และการจำกัดพื้นที่ระวางจากสายเรือ

พักรบต่อ 2 เดือน อาจเลื่อนค่าธรรมเนียมเรือที่เกี่ยวข้องกับจีน
ข้อตกลงที่บรรลุในการพบกันที่กรุงวอชิงตันเมื่อสัปดาห์ก่อน จะขยายการพักรบที่เดิมมีกำหนดสิ้นสุดวันที่ 10 พฤศจิกายน ทั้งสองฝ่ายยังตกลงลดภาษีสินค้านำเข้าบางรายการ และวางแผนพบกันในระดับผู้นำอีก 2 ครั้งก่อนสิ้นปี
สหรัฐฯ ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะเลื่อนค่าธรรมเนียมการเข้าเทียบท่าสำหรับเรือที่เชื่อมโยงกับจีนหรือไม่ แต่ Freightos มองว่าการลดความตึงเครียดทำให้มีโอกาสเลื่อนมาตรการมากขึ้น หากเกิดขึ้นจริง สายเรือและผู้นำเข้าจะมีเวลาวางแผนต้นทุนและเส้นทางเพิ่มขึ้นชั่วคราว
ทั้งสองประเทศจะลดภาษีสินค้าระหว่างกันมูลค่าราว 30,000 ล้านดอลลาร์สู่ระดับ Most-Favored-Nation โดยต้องผ่านขั้นตอนทางกฎหมายก่อน มาตรการครอบคลุมสินค้าสหรัฐฯ เกือบ 80 รายการ โดยของเล่นเป็นหมวดใหญ่ที่สุดตามมูลค่า ส่วนรายการของจีนมีมากกว่า 1,600 รายการ และเน้นสินค้าเกษตรกับสินค้าโภคภัณฑ์
ค่าระวางยังสูง แม้ดีมานด์อาจเริ่มชะลอ
ค่าระวางจากเอเชียไปสหรัฐฯ ฝั่งตะวันออกอยู่ที่ประมาณ 9,600 ดอลลาร์ต่อ FEU ลดลงราว 200 ดอลลาร์จากจุดสูงสุดช่วงปลายเดือนสิงหาคม แต่ยังถือว่าสูง ขณะที่สายเรือเพิ่มการยกเลิกเที่ยวเรือผ่านช่วงวันหยุด Golden Week และต่อเนื่องไปถึงปลายเดือนตุลาคม
ตลาดจึงไม่ได้สะท้อนดีมานด์เพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับผลจากการลด Capacity ที่ใช้ได้จริง ความล่าช้าตามท่าเรือ และการจัดสรรพื้นที่ให้ผู้ให้บริการขนส่งบางรายลดลง Sea-Intelligence ประเมินว่าความล่าช้าตามท่าเรือกำลังดึง Capacity ของเรือทั่วโลกออกไปมากกว่า 8%
ข้อจำกัดดังกล่าวอาจใช้เวลาถึง 10 เดือนกว่าจะคลี่คลายเต็มที่ เมื่อรวมกับต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเรือที่สูงขึ้นจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ค่าระวางจึงอาจไม่ลดลงเร็ว แม้เข้าสู่ช่วงที่คำสั่งซื้อชะลอตัวก่อนเทศกาลตรุษจีน
คลองปานามาดีขึ้น แต่เส้นทางยุโรปเริ่มผ่อนแรง
สถานการณ์คลองปานามาดีขึ้นจากฝนและระดับน้ำที่ฟื้นตัว คลองมีแผนกลับมาเปิดให้เรือ Neopanamax ผ่านได้วันละ 10 ลำตามปกติ และเพิ่มความลึกเรือสูงสุดเป็น 49 ฟุตในช่วงกลางเดือนตุลาคม การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยลดความเสี่ยงของการเปลี่ยนเส้นทางและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นสำหรับสินค้าจากเอเชียไปฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ
แต่การฟื้นตัวอาจไม่ถาวร เพราะรูปแบบ El Niño ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอาจทำให้ฝนลดลงในช่วงฤดูฝน ซึ่งโดยปกติจะต่อเนื่องถึงเดือนมกราคม ขณะที่ค่าระวางจากเอเชียไปยุโรปเหนือปรับลง 9% เหลือประมาณ 3,400 ดอลลาร์ต่อ FEU และเส้นทางเมดิเตอร์เรเนียนลดลง 7% เหลือ 3,600 ดอลลาร์
เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณยังไง
หากคุณนำเข้าสินค้าจากจีนหรือขายสินค้าผ่าน E-commerce ต้นทุนขนส่งอาจยังผันผวนต่อไป การพักรบช่วยลดความเสี่ยงด้านภาษีและค่าธรรมเนียมบางส่วน แต่ไม่ได้รับประกันว่าค่าระวางหรือเวลาขนส่งจะกลับสู่ระดับปกติ
- ตรวจต้นทุนต่อชิ้นใหม่ โดยแยกค่าระวาง ค่าธรรมเนียมท่าเรือ และค่าใช้จ่ายจากความล่าช้าออกจากกัน
- เปรียบเทียบการส่งเข้าสหรัฐฯ ฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก เพราะค่าระวางและความเสี่ยงของแต่ละเส้นทางต่างกัน
- อย่าเร่งสต็อกเพียงเพราะคาดว่าภาษีจะลดลง ควรยืนยันกำหนดการและเงื่อนไขทางกฎหมายก่อน
- เผื่อเวลาและเงินสำรองสำหรับคำสั่งซื้อช่วงปลายปีและก่อนตรุษจีน
- ติดตามประกาศเรื่องค่าธรรมเนียมเรือที่เชื่อมโยงกับจีนอย่างใกล้ชิด เพราะสถานะอย่างเป็นทางการยังไม่ชัดเจน
ที่มา