Global Marketplace

ภาษีสหรัฐฯ–แคนาดาสลับรายการใหม่ ธุรกิจนำเข้าอาจได้ลดต้นทุนแต่ต้องเช็กสินค้าอีกครั้ง

สหรัฐฯ ปรับรายการสินค้าในภาษี 50% ต่อสินค้าจากแคนาดา เริ่ม 30 ตุลาคม บางรายการพ้นภาษี แต่อีกหลายรายการถูกเพิ่มเข้ามา

ภาษีสหรัฐฯ–แคนาดาสลับรายการใหม่ ธุรกิจนำเข้าอาจได้ลดต้นทุนแต่ต้องเช็กสินค้าอีกครั้ง

⚡ สรุปใน 30 วินาที

  • สหรัฐฯ ยกเลิกภาษี 50% กับไม้ plywood และวัสดุบรรจุภัณฑ์บางชนิด
  • โกโก้ ผ้าปูพรม และเครื่องปรับอากาศจากแคนาดาจะถูกเพิ่มเข้ารายการ
  • ผู้นำเข้าต้องตรวจพิกัดสินค้าและต้นทุนใหม่ก่อนสั่งซื้อหรือวางแผนราคา

ถ้าคุณนำเข้าสินค้าจากแคนาดาเข้าสหรัฐฯ หรือขายให้ลูกค้าที่อยู่ในตลาดอเมริกา ต้นทุนอาจเปลี่ยนอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2026 หลังประธานาธิบดี Donald Trump ปรับรายการสินค้าที่อยู่ภายใต้ภาษีนำเข้า 50% บางรายการถูกนำออกจากบัญชีภาษี แต่สินค้ากลุ่มใหม่กำลังถูกเพิ่มเข้ามา

รายการที่ไม่ต้องเสียภาษีเดิม ได้แก่ plywood เครื่องจักรอุตสาหกรรมบางประเภท รวมถึงวัสดุบรรจุภัณฑ์และกระดาษบางชนิด ส่วนสินค้าที่ถูกเพิ่มเข้าข่าย ได้แก่ ผงโกโก้ พรม และเครื่องปรับอากาศ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบสินค้าเป็นรายประเภท ไม่ควรอ้างอิงรายการเดิมจากคำสั่งก่อนหน้า

สินค้าบางกลุ่มพ้นภาษี แต่อีกหลายกลุ่มถูกเพิ่มเข้ารายการ
สินค้าบางกลุ่มพ้นภาษี แต่อีกหลายกลุ่มถูกเพิ่มเข้ารายการ

สหรัฐฯ สลับรายการสินค้าในภาษี 50%

คำสั่งล่าสุดเป็นการปรับขอบเขตของภาษีที่สหรัฐฯ ใช้กับสินค้านำเข้าจากแคนาดา โดยภาษีอัตรา 50% เริ่มต้นจากคำสั่งที่อ้างอำนาจตาม Section 338 ของ Trade Act of 1930 กฎหมายส่วนนี้เปิดทางให้ประธานาธิบดีเรียกเก็บภาษีสูงสุด 50% หากเห็นว่ามีการเลือกปฏิบัติต่อการค้าของสหรัฐฯ

รัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวหาแคนาดาว่าตั้งภาษีและโควตากับรถยนต์จากสหรัฐฯ อย่างไม่เป็นธรรม รวมถึงระงับการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากสหรัฐฯ และกำหนดโควตาภาษีกับผลิตภัณฑ์นมบางประเภท ต่อมาเมื่อการเจรจาหยุดชะงัก ภาษีจึงเริ่มมีผลและนำไปสู่มาตรการตอบโต้จากแคนาดา

ความขัดแย้งยังไม่จบ และมีคดีท้าทายภาษี

ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศเปลี่ยนไปหลายรอบ นายกรัฐมนตรีแคนาดา Mark Carney ยุติการเจรจาในช่วงกลางเดือนสิงหาคม หลังจากนั้นแคนาดาประกาศภาษีตอบโต้ในเดือนกันยายน สหรัฐฯ จึงขยายรายการสินค้าและเพิ่มมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าบางชนิด เช่น ชีสพิเศษ เรือ และเฟอร์นิเจอร์

ในสัปดาห์เดียวกัน ยังมีการยื่นฟ้องต่อ Court of International Trade เพื่อขอให้ยกเลิกภาษีดังกล่าว คดีนี้ยื่นโดย Liberty Justice Center ในนามของบริษัทนำเข้าอาหาร Gellert Global Group โดยโต้แย้งว่าประธานาธิบดีไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของ Section 338 และตั้งคำถามถึงการใช้อำนาจตามกฎหมายนี้เมื่อมีกฎหมายฉบับใหม่กว่า

ฝ่ายผู้ฟ้องขอให้ศาลยุติการจัดเก็บภาษี รวมถึงสั่งคืนเงินแก่ผู้นำเข้า แต่จากข้อมูลที่มีในขณะนี้ ยังไม่มีข้อสรุปว่าศาลจะมีคำสั่งอย่างไร หรือภาษีจะเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมหรือไม่

เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณยังไง

แม้ธุรกิจของคุณจะอยู่ในไทย แต่ความเปลี่ยนแปลงนี้อาจกระทบหากคุณนำเข้าสินค้าจากแคนาดา ส่งสินค้าไปสหรัฐฯ หรือรับสินค้าที่มี Supply Chain เชื่อมโยงกับสองประเทศ ภาษีที่เปลี่ยนเฉพาะบางหมวดอาจทำให้ต้นทุนของสินค้าคู่แข่งและค่าขนส่งเปลี่ยนตาม

  • เช็กรายการสินค้าใหม่ โดยเฉพาะ plywood วัสดุบรรจุภัณฑ์ ผงโกโก้ พรม และเครื่องปรับอากาศ
  • ตรวจพิกัดศุลกากร ประเทศแหล่งกำเนิด และวันที่สินค้าผ่านพิธีการ ไม่ควรดูจากชื่อสินค้าอย่างเดียว
  • ขอใบเสนอราคาที่แยกต้นทุนสินค้า ค่าขนส่ง ภาษี และค่าธรรมเนียม เพื่อเห็นผลกระทบจริง
  • เตรียมราคาและแผนสั่งซื้อหลายกรณี เพราะรายการภาษีอาจเปลี่ยนได้อีกจากการเจรจาหรือคดีในศาล
  • หากใช้ Supplier เดิม ควรถามให้ชัดว่าสินค้าของคุณอยู่ในรายการที่ได้รับการยกเว้นหรือถูกเพิ่มเข้ามาหรือไม่

ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่สินค้าใดถูกลดภาษี แต่คือความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า ธุรกิจที่ติดตามรายการสินค้าและคำนวณต้นทุนใหม่เร็วกว่า ย่อมมีโอกาสรักษา Margin และปรับราคาได้ทันกว่าคู่แข่ง

ที่มา

D

DADWORK

แบ่งปันมวลประสบการณ์งานของคุณพ่อธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่ลงมือทำเองล้วนๆ — ความรู้เรื่อง AI, ธุรกิจออนไลน์, การขาย และ mindset สู่อิสรภาพทางการเงิน