⚡ สรุปใน 30 วินาที
- อัตราการปฏิเสธงานขนส่งยังใกล้ 13.9% แม้ปริมาณงานที่รับลดลง
- Capacity ใหม่เข้าตลาดยากขึ้นจากกฎแรงงาน ต้นทุนกู้ยืม และราคาน้ำมัน
- ทีมจัดซื้อควรเตรียมรับตลาดขนส่งที่ตึงตัวต่อเนื่องไปถึงปี 2027
ถ้าคุณนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ หรือพึ่งพาการขนส่งทางรถบรรทุกในตลาดอเมริกา ต้นทุนและเวลาส่งมอบอาจยังไม่กลับสู่ภาวะปกติในเร็ว ๆ นี้ เพราะตลาด Truckload กำลังเข้าสู่ช่วงวันหยุดด้วย Capacity เหลือน้อย แม้ปริมาณงานที่ผู้ให้บริการรับไว้จะลดลงแล้วก็ตาม
งานที่รับลดลง แต่ตลาดยังไม่คลายตัว
ดัชนี Accepted SONAR Truckload Volume Index หรือ ASTVI ซึ่งนับเฉพาะงานที่ Carrier รับแล้ว ลดลงมากกว่า 4% ในช่วง 4 สัปดาห์ เหลือ 9,518 จุด ถือเป็นระดับต่ำสุดนอกช่วงสัปดาห์วันหยุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม
ตามปกติ ปริมาณงานที่ลดลงควรช่วยให้ Carrier มี Capacity เหลือมากขึ้น แต่ครั้งนี้อัตราการปฏิเสธงานระดับประเทศ หรือ STRI แทบไม่ขยับ และยังอยู่ใกล้ 13.9% ต่างจากปีก่อนที่ช่วง Peak Season มีอัตราปฏิเสธงานต่ำกว่า 6%
ข้อมูลนี้สะท้อนว่า ตลาดไม่ได้ขาดงานเพียงอย่างเดียว แต่กำลังขาดกำลังการขนส่งที่พร้อมให้บริการด้วย เมื่อเทียบกับปีก่อน ปริมาณงานที่รับยังต่ำกว่าประมาณ 2% ขณะที่แรงกดดันด้าน Capacity กลับสูงกว่าอย่างชัดเจน

รอบนี้ต่างจากยุค COVID อย่างไร
ช่วง COVID ตลาดตึงตัวเพราะ Demand พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ปริมาณ Tender เพิ่มเกือบ 50% เมื่อเทียบกับปีก่อนระหว่างเดือนกันยายน 2019 ถึงกันยายน 2020 ส่วนงานที่ Carrier รับเพิ่มขึ้น 20% ตลาดจึงดูดซับ Capacity ที่เคยมีส่วนเกินได้อย่างรวดเร็ว
รอบปัจจุบันกลับเกิดขึ้นทั้งที่ Demand อ่อนแอกว่า จุดเริ่มต้นเห็นได้ในช่วงวันหยุดปลายปี 2025 และแรงกดดันเพิ่มขึ้นอีกหลัง Winter Storm Fern ในช่วงปลายเดือนมกราคม หลังจากนั้นอัตราปฏิเสธงานและ Spot Rate ยังไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ฝั่ง Supply ก็ขยายตัวได้ยากกว่าเดิม กฎเรื่อง English language proficiency การควบคุม Non-domiciled CDL และนโยบาย Immigration ที่เข้มงวดขึ้น ล้วนลดจำนวนคนที่สามารถเข้าสู่อุตสาหกรรมได้
ต้นทุนน้ำมันกดกำไรของ Carrier
ราคาน้ำมัน Diesel สำหรับขายปลีกเพิ่มขึ้น 73% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ Dry van Spot Rate จะเพิ่มขึ้น 43% แต่ช่วงหลังราคาค่าขนส่งยังตามต้นทุนน้ำมันไม่ทัน ทำให้กำไรของ Carrier โดยเฉพาะรายเล็กถูกบีบมากขึ้น
Carrier ที่ผ่านช่วงยากตั้งแต่กลางปี 2022 ถึงปลายปีก่อนมาได้ ก็ยังลังเลที่จะลงทุนเพิ่ม เพราะดอกเบี้ยกู้ยืมสูงกว่าเดิม และสินเชื่อต้นทุนต่ำจากภาครัฐที่เคยช่วยในช่วง COVID ไม่ได้มีให้ใช้เหมือนเดิม
เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณยังไง
สำหรับคนทำ E-commerce หรือธุรกิจนำเข้า ปัญหาไม่ได้จำกัดอยู่ที่ค่าขนส่งต่อเที่ยว แต่อาจกระทบต้นทุนรวม ระยะเวลารับสินค้า และความแม่นยำของวันที่ส่งมอบ โดยเฉพาะช่วง Peak Season และเส้นทางที่พึ่งพา Truckload สูง
- เผื่อเวลาและงบประมาณขนส่งมากขึ้น อย่าวางแผนจากค่าเฉลี่ยของปีก่อนเพียงอย่างเดียว
- ขอราคาและเช็ก Capacity จากผู้ให้บริการหลายรายก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ
- พิจารณาสั่งสินค้าเร็วขึ้นสำหรับสินค้าที่ต้องใช้ในช่วงวันหยุดหรือแคมเปญขายสำคัญ
- ติดตามทั้ง Spot Rate ราคาน้ำมัน และอัตราการปฏิเสธงาน เพราะตัวเลขเหล่านี้ช่วยบอกแรงกดดันของตลาดได้ดีกว่าดูค่าขนส่งเพียงจุดเดียว
- ประเมิน Margin ใหม่ หากค่าขนส่งสูงขึ้นต่อเนื่อง และเตรียมทางเลือกด้านคลังสินค้าหรือวิธีขนส่งไว้ล่วงหน้า
แหล่งข่าวระบุว่า ทีมจัดซื้อด้าน Transportation ควรเตรียมรับตลาดที่ตึงตัวต่อเนื่องไปถึงปี 2027 เพราะ Supply ใหม่ใช้เวลาฟื้นตัว และกำลังเจออุปสรรคมากกว่าหลายรอบที่ผ่านมา
ที่มา
- FreightWaves — No signs of truckload capacity recovering (18 ต.ค. 2569)