AI & Tech

Suno เจอคดีลิขสิทธิ์รอบใหม่ — โมเดล v6 ถูกกล่าวหาว่าเปลี่ยนชื่อข้อมูลเดิม

Sony และ UMG ฟ้อง Suno อีกครั้ง โดยกล่าวหาว่าโมเดล v6 ยังต่อยอดจากข้อมูลเพลงที่ไม่ได้รับอนุญาต แม้บริษัทอ้างว่าเริ่มฝึกด้วยข้อมูลชุดใหม่

Suno เจอคดีลิขสิทธิ์รอบใหม่ — โมเดล v6 ถูกกล่าวหาว่าเปลี่ยนชื่อข้อมูลเดิม

⚡ สรุปใน 30 วินาที

  • Sony และ UMG ฟ้อง Suno อีกครั้งเรื่องการฝึก AI ด้วยเพลงที่ไม่ได้รับอนุญาต
  • ค่ายเพลงกล่าวหา v6 ว่าต่อยอดจากโมเดลเดิมผ่าน user outputs และ distillation
  • Suno ระบุว่า v6 ใช้ข้อมูลจากพาร์ตเนอร์และการสร้างผลงานของชุมชน แต่ยังไม่เปิดรายละเอียดทั้งหมด

คนที่ใช้ AI สร้างเพลงเพื่อขาย ทำคอนเทนต์ หรือใส่ใน Digital Product อาจต้องจับตาคดีนี้ เพราะ Sony และ Universal Music Group หรือ UMG ฟ้อง Suno อีกครั้ง โดยกล่าวหาว่าโมเดล v6 ยังมีรากมาจากเพลงที่ถูกนำไปฝึกโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้ Suno จะบอกว่าโมเดลรุ่นนี้ฝึกด้วยข้อมูลชุดใหม่

ค่ายเพลงมองว่า v6 ไม่ได้เริ่มต้นใหม่จริง

ประเด็นหลักของคดีคือคำกล่าวหาที่ Sony และ UMG เรียกว่า “model laundering” หรือการนำผลลัพธ์จากโมเดลเดิมมาใช้สร้างโมเดลใหม่ เพื่อทำให้ดูเหมือนหลุดพ้นจากปัญหาข้อมูลฝึกชุดเดิม

ตามคำฟ้อง โมเดลรุ่นก่อนของ Suno ถูกกล่าวหาว่าฝึกจากเพลงที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งค่ายเพลงระบุว่าถูกดึงมาจาก YouTube และแหล่งอื่น ๆ จากนั้นผลลัพธ์หรือความรู้จากโมเดลเหล่านั้นอาจถูกนำไปใช้ต่อใน v6

ค่ายเพลงยังกล่าวหาว่า Suno ใช้เทคนิค distillation ให้ v6 เรียนแบบผลลัพธ์จากโมเดลรุ่นก่อน หรือ “teacher models” จึงมองว่าแม้ v6 จะไม่ได้ฝึกโดยตรงจากไฟล์เพลงของค่าย แต่ก็ยังอาจได้รับประโยชน์จากข้อมูลที่ถูกคัดลอกโดยไม่ได้รับอนุญาตในขั้นก่อนหน้า

ข้อพิพาทเรื่องแหล่งข้อมูลที่ใช้ฝึก AI สร้างเพลง
ข้อพิพาทเรื่องแหล่งข้อมูลที่ใช้ฝึก AI สร้างเพลง

Suno ชี้ว่า v6 ใช้ข้อมูลจากหลายแหล่ง

เมื่อ v6 เปิดตัว Suno ระบุว่าโมเดลได้รับการฝึกจากพื้นฐานใหม่และใช้ชุดข้อมูลใหม่ รวมถึง “user data” แต่บริษัทยังไม่ได้อธิบายรายละเอียดทั้งหมดว่าข้อมูลดังกล่าวประกอบด้วยอะไรบ้าง

ต่อมาโฆษกของ Suno ยืนยันว่าข้อมูลที่ใช้รวมถึงเนื้อหาที่ได้รับอนุญาตจากพาร์ตเนอร์ การสร้างผลงานและสัญญาณความชอบจากชุมชนผู้ใช้ ตลอดจนสิ่งที่ทีมงานเรียนรู้สะสมมา แต่ยังไม่ชัดเจนว่าครอบคลุมไฟล์เสียงที่ผู้ใช้อัปโหลด หรือผลลัพธ์ที่สร้างจากไฟล์เหล่านั้นหรือไม่

จุดนี้ทำให้ข้อมูลจากสองฝ่ายยังต่างกันชัดเจน ฝั่ง Sony และ UMG มองว่า v6 ยังสืบทอดปัญหาจากโมเดลเดิม ส่วน Suno ยืนยันถึงแหล่งข้อมูลใหม่และข้อมูลที่ได้รับอนุญาต แต่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพียงพอให้ประเมินเส้นทางของข้อมูลทั้งหมด

เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณยังไง

คดีนี้สะท้อนว่าแค่ใช้ AI รุ่นใหม่ หรือเลือกเครื่องมือที่อ้างว่า “ฝึกใหม่” อาจยังไม่เพียงพอสำหรับธุรกิจออนไลน์ หากคุณนำเพลงหรือเสียงที่สร้างด้วย AI ไปใช้เชิงพาณิชย์ ความเสี่ยงอาจไม่ได้อยู่แค่ผลลัพธ์สุดท้าย แต่อาจรวมถึงแหล่งข้อมูลและกระบวนการฝึกของเครื่องมือด้วย

  • ตรวจสอบเงื่อนไข Commercial Use และสิทธิ์ในผลงานของเครื่องมือที่ใช้ก่อนนำไปขาย
  • เก็บหลักฐานเวอร์ชันของเครื่องมือ วันที่สร้าง Prompt และเงื่อนไขการใช้งานในช่วงนั้น
  • หลีกเลี่ยงการสั่งให้ AI เลียนแบบศิลปิน เพลง หรือเสียงที่ระบุชื่ออย่างชัดเจน
  • หากใช้เพลงใน E-commerce, E-book หรือโฆษณา ควรพิจารณาใช้แหล่งเสียงที่ระบุสิทธิ์การใช้งานชัดเจน
  • ติดตามผลคดีและการเปลี่ยนแปลงนโยบายของแพลตฟอร์ม เพราะสิทธิ์การใช้งานอาจเปลี่ยนตามข้อพิพาท

คดีนี้ยังเป็นข้อกล่าวหาในชั้นฟ้อง ไม่ใช่ข้อสรุปว่าฝ่ายใดชนะ แต่สำหรับคนทำธุรกิจ การรอให้มีคำตัดสินก่อนค่อยตรวจสอบสิทธิ์อาจทำให้ต้องแก้ไขสินค้า โฆษณา หรือคลังไฟล์ย้อนหลังจำนวนมาก

ที่มา

D

DADWORK

แบ่งปันมวลประสบการณ์งานของคุณพ่อธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่ลงมือทำเองล้วนๆ — ความรู้เรื่อง AI, ธุรกิจออนไลน์, การขาย และ mindset สู่อิสรภาพทางการเงิน