⚡ สรุปใน 30 วินาที
- สายเรือทยอยกลับมาใช้คลองสุเอซ แม้ความเสี่ยงในตะวันออกกลางยังไม่หมด
- ค่าระวางเอเชีย-ยุโรปเพิ่มขึ้น แม้ Demand เริ่มอ่อนตัว
- ปี 2027 อาจมี Capacity มากเกิน หาก Supply เพิ่มเร็วกว่าความต้องการ
คนทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออกอาจเห็นค่าขนส่งทางเรือเพิ่มขึ้นอีก แม้สายเรือกำลังทยอยกลับมาใช้คลองสุเอซ เพราะตลาดตอนนี้เจอแรงกดดันสองด้านพร้อมกัน: ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยยังสูง แต่ Capacity ที่เพิ่มขึ้นกลับทำให้สายเรือพยายามดันราคา ขณะที่ Demand เริ่มชะลอตัวก่อนเข้าสู่ปี 2027
ข้อมูลจาก Freightos ระบุว่า การกลับมาใช้เส้นทางสุเอซกำลังเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป สายเรือยังต้องประเมินสถานการณ์ในทะเลแดง ช่องแคบ Bab el-Mandeb และช่องแคบ Hormuz หลังมีเหตุโจมตีเรือเพิ่มขึ้น
สำหรับผู้ขายออนไลน์ ความเคลื่อนไหวนี้อาจกระทบทั้งต้นทุนสินค้า ระยะเวลาจัดส่ง และการตั้งราคา โดยเฉพาะร้านที่นำเข้าสินค้าจากเอเชียหรือส่งต่อไปยังยุโรปและสหรัฐฯ

เรือกลับสุเอซทีละขั้น แต่ความเสี่ยงยังไม่หายไป
นักวิเคราะห์ Lars Jensen ประเมินว่า ปริมาณการเดินเรือผ่านคลองสุเอซกลับมาอยู่ราว 30% ถึง 35% ของระดับปกติแล้ว โดยการเดินทางขากลับมีการฟื้นตัวมากกว่าขาไปเล็กน้อย การทยอยกลับมาเช่นนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่เรือจำนวนมากจะมาถึงท่าเรือพร้อมกันจนเกิดคอขวด
Gemini Cooperation ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Maersk และ Hapag-Lloyd คาดว่าจะนำบริการเกือบทั้งหมดกลับมาใช้เส้นทางสุเอซในไตรมาสแรกของปี 2027 หากสถานการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งสองบริษัทเตรียมเปิดบริการเอเชีย-เมดิเตอร์เรเนียนผ่านสุเอซเพิ่มเติมในเดือนพฤศจิกายน
แต่เส้นทางดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอนจากเหตุรุนแรงในตะวันออกกลาง รวมถึงการโจมตีเรือในช่องแคบ Hormuz และความขัดแย้งบริเวณทะเลแดง สายเรือจึงยังใช้วิธีปรับเส้นทางแบบเป็นระยะ แทนการเปลี่ยนพร้อมกันทั้งเครือข่าย
ค่าระวางเพิ่ม แม้ตลาดเริ่มเข้าสู่ช่วง Demand อ่อนตัว
เมื่อเส้นทางสั้นลงจากการกลับมาใช้สุเอซ เรือจะหมุนเวียนได้เร็วขึ้นและเพิ่ม Effective Capacity ในตลาด แต่ในระยะสั้น ต้นทุนเชื้อเพลิงสูง ความแออัดของท่าเรือ และการลด Capacity เข้าสู่ช่วงนอกฤดูกาล กลับช่วยพยุงราคาไว้
สัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าระวางเส้นทางเอเชีย-ยุโรปเหนือเพิ่มขึ้น 6% อยู่ที่ 3,442 ดอลลาร์ต่อ FEU ส่วนเอเชีย-เมดิเตอร์เรเนียนเพิ่มขึ้น 3% อยู่ที่ 3,927 ดอลลาร์ต่อ FEU ขณะที่เส้นทางเอเชียไปฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ อยู่ที่ 8,126 ดอลลาร์ต่อ FEU และฝั่งตะวันออกอยู่ที่ 9,700 ดอลลาร์ต่อ FEU
ผู้ให้บริการบางรายกำลังพยายามปรับราคาเพิ่ม ก่อนเริ่มเจรจาสัญญาระยะยาวปี 2027 แต่ผู้ให้บริการ Freight Forwarding บางส่วนยังไม่มั่นใจว่าราคาที่เพิ่มขึ้นจะยืนระยะได้ เพราะ Demand กำลังลดลงและ Capacity จะค่อย ๆ กลับเข้าสู่ระบบ
เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณยังไง
ตลาดอาจไม่ได้ขึ้นหรือลงไปในทิศทางเดียวกันทันที ช่วงนี้ต้นทุนอาจยังสูงจากการปรับราคาและความเสี่ยงด้านความปลอดภัย แต่ถ้าเรือกลับมาใช้สุเอซมากขึ้น Supply จะเพิ่ม และอาจกดดันค่าระวางในปี 2027 หาก Demand โตไม่ทัน
- อย่าดูเฉพาะราคาหน้า Booking ให้รวมค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนเส้นทาง และค่าใช้จ่ายจากท่าเรือแออัด
- เปรียบเทียบระยะเวลาขนส่งและความแน่นอนของ Schedule ระหว่างเส้นทางสุเอซกับการอ้อมแอฟริกา
- หากต้องทำสัญญาระยะยาวปี 2027 ควรตรวจเงื่อนไขปรับราคาและกรณีเปลี่ยนเส้นทางให้ละเอียด
- วางแผน Stock เผื่อความล่าช้า แต่หลีกเลี่ยงการกักสินค้าเกินจำเป็น เพราะต้นทุนขนส่งอาจเปลี่ยนเมื่อ Capacity กลับมา
สำหรับร้าน E-commerce และผู้ขาย Digital Product ที่ยังพึ่งพาสินค้าจริง ประเด็นสำคัญคืออย่าตั้งราคาจากค่าขนส่งของสัปดาห์เดียว ตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านระหว่างความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์กับ Capacity ที่เพิ่มขึ้น การติดตามเส้นทางและทำ Scenario ต้นทุนไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้คุณปรับราคาและวางแผนสั่งซื้อได้แม่นกว่าเดิม
ที่มา