Global Marketplace

น้ำมันกลับทะลุ 100 ดอลลาร์ คนค้าขายข้ามประเทศต้องเตรียมรับต้นทุนผันผวน

ราคาน้ำมัน WTI กลับขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ จากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ กระทบค่าขนส่งและต้นทุนธุรกิจออนไลน์ที่พึ่งพาต่างประเทศ

น้ำมันกลับทะลุ 100 ดอลลาร์ คนค้าขายข้ามประเทศต้องเตรียมรับต้นทุนผันผวน

⚡ สรุปใน 30 วินาที

  • WTI ขึ้นแตะ 105.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม
  • เรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเหลือราว 7–18 เที่ยวต่อวัน จากเดิม 100–125 เที่ยว
  • คนขายต่างประเทศควรเผื่อค่าขนส่งและติดตามราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด

ถ้าคุณนำเข้าสินค้า ส่งของไปต่างประเทศ หรือขายสินค้าที่ต้องพึ่งพาโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ต้นทุนอาจผันผวนขึ้นอีกครั้ง หลังราคาน้ำมันดิบ WTI กลับขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความเสี่ยงด้านความมั่นคงในตะวันออกกลางและเส้นทางเดินเรือสำคัญ

ข้อมูลจาก Forbes ระบุว่า เมื่อเวลา 8:58 น. ตามเวลา EDT ของวันที่ 20 ตุลาคม 2026 สัญญาน้ำมัน WTI ส่งมอบเดือนใกล้สุดซื้อขายที่ 105.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.32% หรือ 1.37 ดอลลาร์ ส่วน Brent อยู่ที่ 110.33 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.71%

ราคาน้ำมันขึ้นมาอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม โดยตลาดยังบวก ค่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ เข้าไปในราคา แม้โลกจะยังมีกำลังการผลิตสำรองอยู่พอสมควร เพราะนักลงทุนยังไม่เห็นทางออกระยะสั้นที่ชัดเจนต่อความเสี่ยงด้านการขนส่งน้ำมัน

เส้นทางเดินเรือและราคาน้ำมันยังอยู่ภายใต้ความเสี่ยง
เส้นทางเดินเรือและราคาน้ำมันยังอยู่ภายใต้ความเสี่ยง

ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นจุดเสี่ยงของตลาดน้ำมัน

การขนส่งน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ หลังสงครามอิหร่านที่บทความระบุว่าเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน เรือผ่านเส้นทางนี้ลดลงอย่างมาก ก่อนเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน

ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า วันอาทิตย์มีเรือบรรทุกน้ำมันผ่านเฉลี่ย 14 เที่ยวต่อวัน ขณะที่ข้อมูลจากผู้ให้บริการรายอื่นอย่าง Reuters และ Lloyd’s List ประเมินตัวเลขที่ผันผวนราว 7–18 เที่ยวต่อวัน เทียบกับช่วงก่อนสงครามที่มีประมาณ 100–125 เที่ยวต่อวัน

แม้ Kpler มองว่าการเปิดเส้นทางอีกครั้งไม่จำเป็นต้องรอข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แต่การเดินเรือยังไม่สม่ำเสมอ และการส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ

ความเสี่ยงไม่ได้มีแค่ตะวันออกกลาง

การโจมตีเรือโดยอิหร่านกลับมาเป็นปัจจัยกดดันเส้นทางขนส่ง ขณะเดียวกัน กองทัพเรือสหรัฐฯ ยังคงปิดกั้นการส่งออกพลังงานของอิหร่าน นอกจากนี้ การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในซาอุดีอาระเบียโดยกลุ่มกบฏฮูตีที่มีอิหร่านหนุนหลังก็เพิ่มความกังวลต่อตลาด

ผู้บริหาร BankPro มองว่า หากความขัดแย้งขยายวง ราคาน้ำมันอาจปรับขึ้นต่อ แต่หากมีความคืบหน้าทางการทูต ค่าความเสี่ยงที่บวกอยู่ในราคาก็อาจหายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ราคาลดลงได้ ดังนั้นตลาดยังมีโอกาสแกว่งแรงทั้งสองทิศทาง

นักลงทุนยังจับตาท่าทีของประธานาธิบดี Donald Trump ต่ออิหร่านหลังการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายน ขณะที่สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังส่งผลต่อความเชื่อมั่น เพราะทั้งสองฝ่ายโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และยังไม่แน่ชัดว่ารัสเซียจะเพิ่มปริมาณน้ำมันเข้าสู่ตลาดได้มากเพียงใด

เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณยังไง

ราคาน้ำมันไม่ได้กระทบเฉพาะปั๊มน้ำมันหรือโรงงาน แต่สามารถส่งต่อมายังค่าระวางเรือ ค่าขนส่งทางอากาศ ค่าบริการขนส่งภายในประเทศ และต้นทุนบรรจุภัณฑ์ของธุรกิจออนไลน์ได้ โดยเฉพาะร้านที่นำเข้าสินค้าหรือขายสินค้าที่มีน้ำหนักมาก

  • ตรวจสอบว่าค่าขนส่งและค่าธรรมเนียมจากผู้ให้บริการมีเงื่อนไขปรับตามน้ำมันหรือไม่
  • เผื่อส่วนต่างต้นทุนไว้ก่อนคำนวณราคาและกำไรของสินค้า
  • เปรียบเทียบเส้นทางและผู้ให้บริการขนส่งมากกว่าหนึ่งราย
  • พิจารณารวมคำสั่งซื้อหรือปรับขนาดบรรจุภัณฑ์เพื่อลดต้นทุนต่อชิ้น
  • ติดตามสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซและข่าวการทูต เพราะราคาน้ำมันอาจเปลี่ยนเร็วเมื่อความเสี่ยงลดลงหรือเพิ่มขึ้น

สำหรับคนทำ E-commerce ประเด็นสำคัญไม่ใช่การเดาว่าราคาน้ำมันจะขึ้นหรือลง แต่คือการทำให้ธุรกิจรับแรงเหวี่ยงได้มากขึ้น ทั้งจากการตั้งราคาอย่างมีเผื่อ การกระจายผู้ให้บริการ และการรู้ต้นทุนจริงต่อคำสั่งซื้ออยู่เสมอ

ที่มา

D

DADWORK

แบ่งปันมวลประสบการณ์งานของคุณพ่อธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่ลงมือทำเองล้วนๆ — ความรู้เรื่อง AI, ธุรกิจออนไลน์, การขาย และ mindset สู่อิสรภาพทางการเงิน