Global Marketplace

ค่าระวางจีน–สหรัฐฯ พุ่งกว่าเท่าตัว เสี่ยงทำแบรนด์จม Dead Stock

ค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์จากเซี่ยงไฮ้ไปนิวยอร์กแตะ 10,075 ดอลลาร์ ทำให้แบรนด์ต้องสั่งล่วงหน้ามากขึ้นและเสี่ยงค้างสต็อก

ค่าระวางจีน–สหรัฐฯ พุ่งกว่าเท่าตัว เสี่ยงทำแบรนด์จม Dead Stock

⚡ สรุปใน 30 วินาที

  • ค่าขนส่งตู้ 40 ฟุตแตะ 10,075 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม
  • ค่าระวางสูงทำให้แบรนด์สั่งของก้อนใหญ่ล่วงหน้า เสี่ยงขายไม่หมด
  • การเก็บสต็อกไว้ใกล้โรงงานแล้วส่งทางอากาศอาจลดความเสี่ยงได้

ถ้าคุณนำเข้าสินค้าจากจีนไปขายในสหรัฐฯ ต้นทุนที่ต้องจับตาอาจไม่ใช่แค่ราคาสินค้า แต่คือค่าขนส่งที่กำลังบีบให้แบรนด์ต้องสั่งของเร็วขึ้นและมากขึ้น ค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุตจากเซี่ยงไฮ้ไปนิวยอร์กอยู่ที่ 10,075 ดอลลาร์ในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2026 จาก 4,317 ดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม หรือเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า

แม้ราคาจะลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง แต่ระดับปัจจุบันยังสร้างแรงกดดันต่อการวางแผนสินค้า โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องสั่งล่วงหน้าหลายเดือน เพราะความผิดพลาดด้านสินค้า สี หรือไซซ์ อาจกลายเป็น Dead Stock ที่ขายไม่ออกและกินเงินทุนไปนาน

ปัจจัยที่ทำให้ค่าระวางสูงขึ้นมีทั้งปริมาณนำเข้าของสหรัฐฯ ที่ทำสถิติสูงสุดในเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 10.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน และการนำเข้าจากจีนที่เพิ่มขึ้น 21.2% นอกจากนี้ สายเรือยังยกเลิกเที่ยวเรือ หรือทำ Blank Sailings หลายเที่ยว โดยมากกว่าครึ่งของเที่ยวที่ถูกยกเลิกกระทบเส้นทางเอเชีย–สหรัฐฯ

พายุไต้ฝุ่นที่รบกวนท่าเรือจีนอย่างเซี่ยงไฮ้และหนิงโป รวมถึงการเร่งส่งสินค้าก่อนโรงงานปิดช่วง Golden Week ต้นเดือนตุลาคม ก็เพิ่มความหนาแน่นให้กับเส้นทางขนส่งมากขึ้น

เมื่อการส่งตู้หนึ่งครั้งมีต้นทุนราว 10,000 ดอลลาร์ แบรนด์ย่อมไม่อยากส่งของแบบเติมทีละน้อยหรือส่งตู้ที่ไม่เต็ม ผู้ประกอบการจึงมักรวมสินค้าให้เต็มตู้ สั่งล่วงหน้า และพยายามลดจำนวนรอบขนส่ง เพื่อให้ต้นทุนเฉลี่ยต่อชิ้นต่ำลง

ปัญหาคือการสั่งครั้งใหญ่ทำให้ธุรกิจต้องเดาความต้องการล่วงหน้านานขึ้น สินค้าจากเซี่ยงไฮ้ใช้เวลาประมาณสองถึงสามสัปดาห์ไปลอสแอนเจลิส และสี่ถึงหกสัปดาห์ไปนิวยอร์ก ยิ่งต้องวางแผนล่วงหน้า 12 สัปดาห์ขึ้นไป ความแม่นยำของ Forecast ก็ยิ่งลดลง

ข้อมูลที่ยกในบทความระบุว่า Forecast อาจแม่นยำ 85%–95% เมื่อคาดการณ์ล่วงหน้าเพียงหนึ่งถึงสองสัปดาห์ แต่ลดลงเหลือ 70%–80% เมื่อคาดการณ์ล่วงหน้า 12 สัปดาห์หรือมากกว่านั้น นั่นหมายความว่าสินค้าที่ดูมีโอกาสขายดีในวันที่สั่ง อาจไม่ตรงกับตลาดเมื่อของเดินทางมาถึง

ปัญหา Dead Stock ไม่ใช่เรื่องเล็ก รายงานประเมินว่าผู้ค้าปลีกทั่วโลกสูญเสียเงินจากสินค้าคงคลังไม่สมดุลราว 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี หรือประมาณ 6.2% ของยอดขายค้าปลีกทั่วโลก ขณะที่แบบสำรวจบริษัทที่มีรายได้ต่ำกว่า 250 ล้านดอลลาร์พบว่า 24% มีสินค้าคงคลังมากกว่า 10% ที่เป็น Dead Stock เพิ่มจาก 12% ในปี 2024

การเก็บสินค้าส่วนเกินยังมีต้นทุนราว 20%–30% ของมูลค่าสินค้าต่อปี ทั้งค่าคลังสินค้า ประกัน และเงินทุนที่จมอยู่ หากต้องระบายผ่าน Liquidator หรือผู้ซื้อในตลาดรอง ธุรกิจอาจได้ราคาเพียง 15%–50% ของมูลค่าสินค้าเดิม

ค่าขนส่งที่สูงขึ้นเพิ่มความเสี่ยงสินค้าค้างสต็อก
ค่าขนส่งที่สูงขึ้นเพิ่มความเสี่ยงสินค้าค้างสต็อก

ทางเลือกคือเก็บสินค้าไว้ใกล้โรงงาน

แนวทางหนึ่งที่บทความเสนอคือเก็บสินค้าส่วนใหญ่ไว้ในเอเชียใกล้โรงงาน แล้วส่งคำสั่งซื้อรายชิ้นทางอากาศ วิธีนี้ช่วยให้แบรนด์รอดูยอดขายจริงก่อนเติมสินค้า และใช้ข้อมูลจากการขายเพื่อวางแผน Reorder ขนาดเล็กลง

Air Freight มีต้นทุนต่อกิโลกรัมสูงกว่าการส่งเรือ แต่ราคาจากจีนไปอเมริกาเหนืออยู่ที่ประมาณ 5.47 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัมในเดือนพฤษภาคม สำหรับเสื้อยืดน้ำหนัก 200 กรัม ต้นทุนส่วนเพิ่มคิดเป็นประมาณ 1 ดอลลาร์ต่อชิ้น จึงอาจเหมาะกับสินค้าน้ำหนักเบา เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ และสินค้า Beauty

โมเดลนี้ยังช่วยให้ใช้สต็อกก้อนเดียวรองรับหลายประเทศ ส่งสินค้าเมื่อมีออเดอร์จริง และจ่าย Import Duty เป็นรายออเดอร์ แทนการนำเข้าสินค้าจำนวนมากเข้าประเทศเดียวตั้งแต่แรก แต่ไม่เหมาะกับสินค้าหนัก ใหญ่ หรืออยู่ภายใต้ข้อกำกับพิเศษ

เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณยังไง

สำหรับคนทำ E-commerce หรือขายสินค้าข้ามประเทศ ประเด็นสำคัญไม่ใช่การเลือกเรือหรือเครื่องบินเพียงอย่างเดียว แต่คือการออกแบบระบบสต็อกให้รับมือกับค่าขนส่งและความไม่แน่นอนของ Demand ได้

  • สำหรับออเดอร์ปี 2027 อย่ารีบ Commit สต็อกทั้งหมดหลายเดือนล่วงหน้า
  • แบ่งคำสั่งซื้อก้อนใหญ่เป็นหลายรอบ หากโรงงานและต้นทุนรองรับ
  • รอดูยอดขายช่วงแรกก่อนตัดสินใจ Reorder รอบถัดไป
  • พิจารณาเก็บสินค้าไว้ในเอเชีย หากสินค้ามีน้ำหนักเบาและขายได้หลายประเทศ
  • คำนวณต้นทุนรวมทั้งค่าขนส่ง คลังสินค้า เงินทุนจม และส่วนลดระบายสินค้า ไม่ใช่ดูเฉพาะราคาต่อชิ้น

สำหรับสินค้าที่มีหลายสี หลายไซซ์ หรือเปลี่ยนเทรนด์เร็ว การจ่ายค่าขนส่งต่อชิ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอาจคุ้มกว่า การประหยัดค่าขนส่งด้วยการสั่งตู้ใหญ่ แต่ต้องแบกรับสินค้าที่ขายไม่หมดในภายหลัง

ที่มา

D

DADWORK

แบ่งปันมวลประสบการณ์งานของคุณพ่อธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่ลงมือทำเองล้วนๆ — ความรู้เรื่อง AI, ธุรกิจออนไลน์, การขาย และ mindset สู่อิสรภาพทางการเงิน