⚡ สรุปใน 30 วินาที
- Copilot ใหม่รวม Chat, Code และ Autopilot ไว้ในแอปเดียว
- Autopilot ทำงานต่อเนื่องในระบบองค์กร พร้อมสิทธิ์และ Audit
- ธุรกิจต้องจับตาค่าใช้จ่าย เพราะบางฟีเจอร์คิดเงินตามการใช้งาน
Microsoft เปิดตัว Copilot โฉมใหม่ที่รวม AI Chat, Coding และ AI Agent ไว้ในแอปเดียว หวังให้กลายเป็นเครื่องมือหลักสำหรับการทำงานยุค AI คล้ายบทบาทที่ Office เคยมีต่อการทำงานบนคอมพิวเตอร์ โดยการเปลี่ยนแปลงนี้อาจกระทบธุรกิจออนไลน์ที่ใช้ Microsoft 365 และกำลังมองหาเครื่องมือ AI มาช่วยลดงานประจำ
แอปใหม่นี้แบ่งเป็น 3 แท็บ ได้แก่ Home, Code และ Autopilot พร้อมแนวคิดให้ Copilot ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของงาน ตั้งแต่การคุยกับ AI สร้างเครื่องมือภายใน ไปจนถึงมอบหมายงานที่ต้องทำต่อเนื่องให้ AI จัดการแทน

Copilot ใหม่รวม 3 ความสามารถไว้ในหน้าจอเดียว
แท็บ Home เป็นหน้าหลักสำหรับ Copilot Chat และ Cowork โดย Microsoft วางแผนเพิ่มฟีเจอร์ Today เพื่อสรุปอีเมลสำคัญ คำขอเข้าประชุม บทสนทนาใน Teams และกิจกรรมที่ผู้ใช้ควรติดตาม ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้ผู้ใช้กลับมารับช่วงงานได้ง่ายขึ้น
แท็บ Code เป็นส่วนที่น่าสนใจ เพราะเปิดให้ผู้ใช้สร้างแอป Tracker Dashboard หรือ Automation ได้ แม้ไม่ได้เป็น Developer โดยเครื่องมือจะทำงานในสภาพแวดล้อมแยกและสามารถโฮสต์เป็นแอปภายในองค์กรเพื่อแชร์กับเพื่อนร่วมงาน
ส่วนแท็บ Autopilot คือชื่อใหม่ของ Scout ผู้ช่วย AI ที่ Microsoft เปิดตัวก่อนหน้านี้ แนวคิดคือให้ AI เป็น “เพื่อนร่วมทีมดิจิทัล” ที่ทำงานต่อได้แม้ผู้ใช้ไม่ได้อยู่หน้าจอ เช่น เฝ้าดูช่อง Teams จัดการงานซ้ำ ๆ และติดตามงานที่ค้างอยู่
จุดขายของ Autopilot คือการควบคุมระดับองค์กร
Microsoft พยายามแยก Autopilot ออกจาก AI Agent ทั่วไปด้วยการวางระบบไว้ใน Tenant ของแต่ละองค์กร พร้อม Identity, Memory, Computer และ Workspace ของตัวเอง AI จึงทำงานภายใต้สิทธิ์ การตรวจสอบย้อนหลัง และนโยบายความปลอดภัยขององค์กร
Autopilot ยังเชื่อมกับเครื่องมือที่คนทำงานใช้อยู่แล้ว เช่น Teams, Outlook, Chat, Channel และเอกสาร ผู้ใช้จึงสามารถเรียกใช้งานในบริบทเดิมได้ โดย Microsoft ระบุว่า AI จะอาศัยข้อมูลและโครงสร้างขององค์กรเพื่อเข้าใจวิธีทำงานมากขึ้น
ค่าใช้จ่ายอาจขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้งาน
จุดที่ธุรกิจต้องระวังคือ Microsoft จะใช้ระบบคิดค่าบริการตามการใช้งานสำหรับ Cowork, Code และ Autopilot งานที่ให้ AI ทำต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือการใช้โมเดลบางประเภท จึงอาจทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามปริมาณงานจริง
สิทธิ์ Copilot แบบสมาชิกตามผู้ใช้ยังครอบคลุม Copilot Chat รวมถึงการใช้งานใน Word, Excel, PowerPoint, Outlook และ Teams แต่ฝ่าย IT จะต้องติดตามค่าใช้จ่ายด้าน AI ผ่านเครื่องมือ FinOps for AI เพื่อป้องกันการใช้งานของ AI Agent เกินงบประมาณ
เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณยังไง
สำหรับคนทำธุรกิจออนไลน์ Copilot แนวใหม่นี้อาจมีประโยชน์กับงานหลังบ้านมากกว่าการใช้ Chatbot ทั่วไป โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้ Microsoft 365 อยู่แล้ว และต้องจัดการอีเมล เอกสาร การประสานงาน หรือรายงานซ้ำ ๆ
- เริ่มจากแยกงานซ้ำ ๆ ที่ใช้เวลามาก เช่น สรุปอีเมล ติดตามงาน และทำรายงาน
- ทดลองใช้ Code สร้าง Tracker หรือ Dashboard ภายใน ก่อนพัฒนาเป็นระบบใหญ่
- กำหนดขอบเขตสิทธิ์ของ AI Agent ให้ชัดเจน โดยเฉพาะข้อมูลลูกค้าและข้อมูลการเงิน
- ติดตามการใช้งานแบบคิดเงินตามปริมาณงาน ไม่ดูแค่ค่าสมาชิกต่อผู้ใช้
- เปรียบเทียบผลลัพธ์กับ ChatGPT, Claude หรือเครื่องมืออื่นก่อนย้ายงานทั้งหมดไปยังระบบเดียว
Microsoft ยังไม่ได้เปิดให้ทุกคนใช้งานทันที โดย Home และ Code จะเริ่มทยอยเข้าโปรแกรม Frontier ในช่วงสัปดาห์ต่อ ๆ ไป ส่วน Autopilot จะเริ่ม Private Preview ภายในช่วงปลายเดือนนี้ ขณะที่ Code จะเปิด Preview สำหรับสมาชิก Microsoft 365 Premium และ Pro ในช่วงปลายปี
การเปรียบเทียบ Copilot กับ Office จึงยังเป็นเป้าหมายของ Microsoft มากกว่าผลลัพธ์ที่พิสูจน์แล้ว สิ่งที่ธุรกิจควรจับตาคือ Copilot จะเปลี่ยนจากเครื่องมือ AI ที่ใช้ถามตอบ มาเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับงานจริงได้แค่ไหน และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มตามการใช้งานจะคุ้มกับเวลาที่ประหยัดได้หรือไม่