⚡ สรุปใน 30 วินาที
- Kindle Unlimited เปลี่ยนชื่อเป็น Kindle+ เพื่อรองรับคอนเทนต์ที่หลากหลายขึ้น
- สมาชิกในสหรัฐฯ อ่าน E-book หรือฟัง Audiobook ได้โดยไม่เสียเงินเพิ่ม
- ราคาและระบบยืมยังเหมือนเดิม แต่ราคาในแต่ละประเทศอาจแตกต่างกัน
ถ้าคุณขาย E-book หรือทำ Digital Product บน Amazon การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้สะท้อนว่า Amazon กำลังวาง Kindle ให้เป็นมากกว่าแพลตฟอร์มอ่านหนังสือดิจิทัล โดย Kindle Unlimited เปลี่ยนชื่อเป็น Kindle+ พร้อมขยายภาพบริการให้ครอบคลุม Audiobook, นิตยสาร และ Comics มากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นบนหน้าเว็บไซต์หลักของ Kindle+ แล้ว ทั้งชื่อบริการ ภาพแบนเนอร์ และข้อความแนะนำจุดเด่นถูกปรับให้สอดคล้องกับแบรนด์ใหม่ ขณะที่ระบบสมาชิกพื้นฐานยังคงเดิม
จุดที่น่าสนใจที่สุดคือสมาชิกหลายล้านคนในสหรัฐฯ สามารถอ่าน E-book หรือฟัง Audiobook ของหนังสือบางรายการได้โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Kindle+ เพิ่ม Audiobook โดยไม่เปลี่ยนระบบยืมหลัก
Amazon ระบุว่า Kindle+ ให้สมาชิกยืมหนังสือได้สูงสุด 20 รายการในเวลาเดียวกัน และไม่มีวันครบกำหนดคืน คุณจึงสลับอ่านหรือฟังเนื้อหาได้ตามอุปกรณ์และช่วงเวลาที่สะดวก
การใช้งานยังรองรับ Kindle App, Kindle e-Reader และ Alexa Tablet โดยสมาชิกสามารถเลือกอ่าน E-book หรือฟัง Audiobook ผ่านอุปกรณ์ที่รองรับได้
- ยืมได้สูงสุด 20 รายการพร้อมกัน
- ไม่มีวันครบกำหนดคืน
- อ่านหรือฟังผ่านอุปกรณ์ที่รองรับ
- เข้าถึง E-book, Audiobook, นิตยสาร และ Comics ตามรายการที่รวมอยู่ในบริการ
ชื่อใหม่สะท้อนการแข่งขันของบริการ Subscription
Amazon เปลี่ยนชื่อจาก Kindle Unlimited เป็น Kindle+ เพื่อให้แบรนด์สื่อถึงคลังเนื้อหาที่ขยายตัวเกินกว่า E-book ชื่อ “+” ยังเข้ากับรูปแบบการตั้งชื่อของบริการ Streaming สมัยใหม่ และเชื่อมโยงกับโครงสร้าง Subscription ของ Audible ได้ง่ายขึ้น
แหล่งข่าวระบุว่า Kindle+ ยังคงแยกจาก Amazon Prime ส่วนราคาในสหรัฐฯ อยู่ที่ 11.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน แต่ราคาในประเทศอื่นอาจไม่เท่ากัน จึงไม่ควรนำราคานี้ไปสรุปเป็นราคาสำหรับผู้ใช้งานในไทย
เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณยังไง
สำหรับคนทำธุรกิจออนไลน์ การรีแบรนด์ครั้งนี้เป็นสัญญาณว่า Marketplace รายใหญ่กำลังให้ความสำคัญกับการขายคอนเทนต์หลายรูปแบบในแพ็กเกจเดียว ไม่ได้มอง E-book แยกขาดจากเสียง นิตยสาร หรือ Comics อีกต่อไป
ถ้าคุณมีผลงานบน Amazon หรือกำลังวางแผนทำหนังสือดิจิทัล ควรติดตามเรื่องต่อไปนี้:
- ตรวจสอบว่าเนื้อหาของคุณมีโอกาสรองรับ Audiobook หรือไม่
- ติดตามเงื่อนไขการเข้าร่วม Kindle+ และผลต่อรายได้ของผู้จัดจำหน่าย
- วางแผนคอนเทนต์ให้รองรับทั้งการอ่านและการฟัง หากกลุ่มลูกค้าใช้งานหลายอุปกรณ์
- อย่าเหมารวมว่า Kindle+ เปิดให้ใช้งานหรือมีราคาเหมือนกันทุกประเทศ
ตอนนี้ข้อมูลที่ประกาศชัดเจนเน้นการใช้งานในสหรัฐฯ ส่วนรายละเอียดสำหรับประเทศอื่นยังต้องตรวจสอบจาก Amazon โดยตรงก่อนตัดสินใจลงทุนหรือปรับแผนขาย