⚡ สรุปใน 30 วินาที
- ส่งออกน้ำมันดิบกลับสู่ระดับก่อนสงคราม แม้ต้องใช้เส้นทางอ้อม
- ดีเซลผ่านช่องแคบฮอร์มุซเหลือต่ำกว่า 20% ของระดับเดิม
- ธุรกิจออนไลน์ควรเผื่อต้นทุนขนส่งและติดตามราคาน้ำมันใกล้ชิด
แม้การส่งออกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาใกล้ระดับก่อนสงครามแล้ว แต่ดีเซลและผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปยังขนส่งได้ไม่ถึง 20% ของระดับเดิม ทำให้ราคาพลังงานและต้นทุนขนส่งยังมีโอกาสเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง กระทบตั้งแต่ผู้ให้บริการ Logistics ไปจนถึงคนขายของออนไลน์ที่ต้องส่งสินค้าไปต่างประเทศ
ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า เดือนกันยายนมีน้ำมันดิบออกจากภูมิภาคอย่างน้อย 16.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน เท่ากับค่าเฉลี่ยก่อนสงคราม และสูงกว่าค่าเฉลี่ยเดือนมีนาคม 10.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่การฟื้นตัวครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงในเส้นทางขนส่งหายไปแล้ว
ธุรกิจน้ำมันและบริษัทเดินเรือกำลังใช้วิธีหลบเลี่ยงหลายรูปแบบ ทั้งการส่งผ่านท่อ การเปลี่ยนถ่ายสินค้าระหว่างเรือกลางทะเล และการใช้เรือคุ้มกันโดยกองทัพสหรัฐฯ เพื่อรักษาปริมาณการส่งออก

น้ำมันดิบกลับมาได้ เพราะตลาดเปลี่ยนวิธีขนส่ง
ก่อนสงคราม มีน้ำมันดิบของภูมิภาคราว 17% ที่เดินทางออกโดยไม่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 40% แล้ว หลังผู้ส่งออกหันไปใช้ท่อส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มากขึ้น
ซาอุดีอาระเบียยังกลับมาเดินระบบท่อ East-West Pipeline ได้ในช่วงปลายเดือนกันยายน หลังได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยโดรน ทำให้สามารถส่งน้ำมันออกจากท่าเรือ Yanbu บนทะเลแดงแทนการผ่านช่องแคบได้
อีกวิธีคือการเปลี่ยนเรือกลางทะเล โดยน้ำมันจะถูกขนจากเรือขนาดใหญ่ไปยังเรืออีกลำบริเวณนอกชายฝั่งโอมานหรือ Fujairah ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ Kpler ระบุว่า มากกว่า 70% ของน้ำมันดิบที่ผ่านช่องแคบในเดือนสิงหาคมมีการเปลี่ยนเรือ เทียบกับก่อนสงครามที่แทบไม่มีวิธีนี้
ดีเซลยังเป็นจุดเปราะบางของตลาด
การส่งออกน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวไม่ได้ช่วยให้ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปกลับมาเท่าเดิม ข้อมูลค่าเฉลี่ย 7 วัน ณ วันจันทร์ระบุว่า มีผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ผ่านช่องแคบเพียง 677,000 บาร์เรลต่อวัน จากระดับก่อนสงครามที่ 3.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ผลกระทบเริ่มเห็นชัดในราคาดีเซลของสหราชอาณาจักร ซึ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 199.18 เพนซ์ต่อลิตร และบางสถานีมีราคาสูงกว่า 2 ปอนด์ต่อลิตรแล้ว ราคาน้ำมันดิบ Brent ยังขยับขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันพฤหัสบดี
ความเสี่ยงไม่ได้มีแค่เรื่องปริมาณน้ำมัน เรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำที่ติดธงไลบีเรียถูกโจมตีด้วยวัตถุพุ่งเข้าใส่ระหว่างผ่านช่องแคบเมื่อวันอังคาร สะท้อนว่าการส่งออกที่กลับมาไม่ได้แปลว่าเส้นทางปลอดภัยขึ้น
เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณยังไง
สำหรับคนทำธุรกิจออนไลน์ ผลกระทบอาจไม่ได้มาถึงในรูปค่าน้ำมันโดยตรง แต่จะค่อย ๆ แทรกอยู่ในค่าขนส่ง ค่ารับสินค้าจากคลัง ค่าบริการของบริษัทขนส่ง และราคาสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ ตลาดกำลังซื้อขายน้ำมันได้มากขึ้นด้วยต้นทุนและความซับซ้อนที่สูงกว่าเดิม
- ทบทวนค่าขนส่ง โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องใช้รถขนส่งภายในประเทศหรือพึ่งพา Freight ระหว่างประเทศ
- แยกต้นทุนสินค้า ค่าขนส่ง และค่าธรรมเนียมอื่นออกจากกัน เพื่อดูว่าราคาน้ำมันกระทบส่วนใดมากที่สุด
- ขอใบเสนอราคาจากผู้ให้บริการหลายราย และตรวจสอบเงื่อนไข Surcharge ที่อาจเปลี่ยนตามราคาพลังงาน
- เผื่อเวลาและต้นทุนสำหรับเส้นทางขนส่งที่ต้องอ้อมหรือเปลี่ยนถ่ายสินค้าเพิ่ม
- ติดตามราคาน้ำมันและสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซก่อนสั่งสินค้าเป็นล็อตใหญ่หรือกำหนดราคาขายล่วงหน้า
ประเด็นสำคัญคือ ตลาดยังเดินหน้าต่อได้ แต่ความเสี่ยงไม่ได้หายไป การวางแผนธุรกิจจึงควรใช้ต้นทุนปัจจุบันอย่างระมัดระวัง และเตรียมแผนสำรองหากราคาดีเซลหรือค่าขนส่งปรับขึ้นอีก