⚡ สรุปใน 30 วินาที
- Grab และ OpenAI ตั้งเป้าสอนใช้ AI ให้พาร์ตเนอร์ 30,000 คนใน 2 ปี
- โครงการเริ่มที่สิงคโปร์ และมีแผนขยายมาประเทศไทยปลายปี 2026
- ผู้เข้าร่วมจะฝึกใช้ ChatGPT กับยอดขาย โปรโมชัน และแผนธุรกิจ
ถ้าคุณขับ Grab ส่งอาหาร หรือขายของผ่านแพลตฟอร์ม เตรียมเห็นการฝึกใช้ AI ที่ลงมือทำกับงานจริงมากขึ้น Grab และ OpenAI เปิดโครงการ GO Forward with AI ตั้งเป้าพัฒนาทักษะ AI ให้พาร์ตเนอร์ 30,000 คนทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายใน 2 ปี โดยมีแผนขยายมาประเทศไทยช่วงปลายปี 2026
โครงการนี้สอน AI เพื่อแก้ปัญหาธุรกิจจริง
โครงการเริ่มต้นที่สิงคโปร์ ก่อนขยายไปไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ในช่วงปลายปี 2026 จากนั้นจึงไปมาเลเซียและเวียดนามในปี 2027 รูปแบบการเรียนเป็น Workshop แบบพบหน้ากัน ครึ่งวัน จัดในหลายพื้นที่ของภูมิภาค
เนื้อหาจะปรับจากหลักสูตรของ OpenAI Academy ให้เข้ากับงานของ Grab partners แต่ละประเทศ ทั้ง Driver-partners, Delivery-partners และ Merchant-partners โดย GrabAcademy trainers จะได้รับการฝึกเพิ่มเติม เพื่อช่วยขยายการสอนให้คนเข้าร่วมได้มากขึ้น
ผู้เข้าร่วมจะได้ลองใช้ ChatGPT ตั้งแต่การสำรวจไอเดียธุรกิจ หาวิธีทำให้แตกต่าง ไปจนถึงการวางแผนเบื้องต้น สำหรับร้านค้า AI อาจช่วยดูรูปแบบยอดขาย ออกแบบโปรโมชัน และเตรียมรับการเปลี่ยนแปลงของความต้องการลูกค้า

จากงานเล็ก ๆ ไปสู่โปรเจกต์ที่ซับซ้อนขึ้น
นอกจากงานประจำวัน ผู้เข้าร่วมจะได้ทดลองใช้ ChatGPT Work กับโปรเจกต์ที่ต้องใช้ข้อมูลและการวางแผนมากขึ้น เช่น เปลี่ยนข้อมูลยอดขายให้เป็น Dashboard สร้างเว็บไซต์แบบง่าย หรือร่างแผนขยายธุรกิจ
จุดสำคัญคือ AI ไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจแทนทั้งหมด ผู้เข้าร่วมต้องตรวจสอบผลลัพธ์ ปรับแก้ให้เข้ากับสถานการณ์จริง และเป็นคนตัดสินใจขั้นสุดท้าย แนวทางนี้ช่วยให้ AI กลายเป็นผู้ช่วยคิดและลงมือทำ มากกว่าจะเป็นเครื่องมือสร้างคำตอบอย่างเดียว
คนทำงานแพลตฟอร์มเปิดรับ AI มากกว่าที่คิด
ข้อมูลสำรวจของ Grab ในกลุ่ม Driver-partners ที่สิงคโปร์ระบุว่า ครึ่งหนึ่งใช้งาน AI tools อยู่แล้ว ส่วนคนที่ยังไม่ใช้ 87% บอกว่ายินดีลองใช้ โดย ChatGPT เป็นเครื่องมือที่กลุ่มตัวอย่างรู้จักมากที่สุด
โครงการนี้ต่อยอดจากความร่วมมือระหว่าง Grab และ OpenAI ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2024 ทั้งสองบริษัทเคยพัฒนา Driver AI Assistant ซึ่งใช้ OpenAI models เพื่อช่วยคนขับค้นหาช่วงเวลาที่มีความต้องการสูง จัดการเวลา และตอบคำถามในงานประจำ ปัจจุบันเครื่องมือนี้เข้าถึงคนขับเกือบ 500,000 คน
เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณยังไง
แม้โครงการจะเริ่มจากพาร์ตเนอร์ของ Grab แต่ทิศทางนี้สะท้อนว่า AI กำลังขยับจากเรื่องไกลตัวมาเป็นทักษะพื้นฐานของคนทำมาหากิน โดยเฉพาะงานที่ต้องตัดสินใจเร็วและใช้ข้อมูลจำนวนมาก
- เริ่มจากงานที่เห็นผลชัด เช่น สรุปยอดขาย หาไอเดียโปรโมชัน หรือวางแผนรายสัปดาห์
- ให้ AI ช่วยเสนอทางเลือก แต่ตรวจสอบข้อมูลและตัดสินใจด้วยตัวเอง
- เก็บข้อมูลลูกค้า ยอดขาย และต้นทุนให้เป็นระบบ เพื่อให้ AI ช่วยวิเคราะห์ได้ดีขึ้น
- ติดตามกำหนดการ Workshop ในไทย หากคุณเป็น Grab partner และต้องการเรียนรู้แบบลงมือทำ
สำหรับคนทำ E-commerce หรือ Digital Business นี่อาจเป็นสัญญาณให้เริ่มฝึกใช้ AI กับงานจริงตั้งแต่ตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโปรเจกต์ใหญ่ แค่เปลี่ยนข้อมูลที่มีอยู่ให้กลายเป็นคำถามและแผนปฏิบัติการที่ชัดขึ้น ก็ช่วยให้คุณทำงานได้เร็วและมองเห็นโอกาสใหม่ได้มากกว่าเดิม