⚡ สรุปใน 30 วินาที
- GPT-6.1 Terra เก่งขึ้นด้านภาพ การใช้คอม และงานเอกสาร
- ราคา API ลด 50% จาก GPT-5.6 Terra และ GPT-6.1 Sol
- เหมาะกับ Automation แต่โมเดลรุ่นสูงยังเก่งกว่าสำหรับงานยาก
ถ้าคุณใช้ AI อ่านเอกสาร กรอกข้อมูลในระบบบัญชี หรือทำงานหลายขั้นตอนบนคอมพิวเตอร์ ต้นทุนและความเร็วอาจเปลี่ยนไปพอสมควร หลัง OpenAI เปิดตัว GPT-6.1 Terra โมเดลใหม่ที่ออกแบบมาให้ทำงานเร็วขึ้น ใช้ทรัพยากรคุ้มขึ้น และเข้าใจภาพกับหน้าจอได้ละเอียดกว่าเดิม
โมเดลใหม่เน้นงานที่เกิดขึ้นจริงในออฟฟิศ
OpenAI วาง GPT-6.1 Terra สำหรับงานทั่วไปและงาน Automation เช่น ร่างข้อเสนอ อ่านแบบทางเทคนิค กรอกแบบฟอร์ม ตัดต่อวิดีโอ อ่าน Invoice และนำข้อมูล Invoice ไปบันทึกในซอฟต์แวร์บัญชี จุดสำคัญคือโมเดลไม่ได้เก่งแค่การเขียน แต่พยายามทำงานต่อเนื่องผ่านเครื่องมือและแอปพลิเคชันต่าง ๆ
ในด้านการใช้คอมพิวเตอร์ Terra ทำคะแนนบน Agents’ Last Exam สูงกว่า GPT-5.6 Terra อยู่ 15 จุดเปอร์เซ็นต์ที่ระดับการให้เหตุผลปานกลาง โดยมีค่าใช้จ่ายราวหนึ่งในสามของรุ่นเดิม OpenAI ยังระบุว่าความเร็วในการทำงานสูงกว่า GPT-6 Astra และ GPT-6.1 Sol มากกว่าสามเท่า
สำหรับงานภาพ Terra ทำคะแนนบน MMMU-Pro ได้ดีกว่า GPT-5.6 Terra ในทุกระดับการให้เหตุผลที่ทดสอบ และทำคะแนนเข้าใกล้ GPT-6 Astra กับ GPT-6.1 Sol ส่วนการทำงานหลายขั้นตอนบนแอป Desktop ผ่าน OSWorld 2.1 ก็ทำได้ดีกว่าสถิติสูงสุดของ GPT-5.6 Terra ที่ระดับกลาง

จุดขายใหญ่คือราคาที่ลดลงและข้อผิดพลาดที่น้อยลง
ราคา API มาตรฐานของ GPT-6.1 Terra อยู่ที่ 1 ดอลลาร์ต่อ Input 1 ล้านโทเคน, 0.05 ดอลลาร์ต่อ Cached Input 1 ล้านโทเคน และ 5 ดอลลาร์ต่อ Output 1 ล้านโทเคน เท่ากับลดลง 50% เมื่อเทียบกับ GPT-5.6 Terra และ GPT-6.1 Sol ตามข้อมูลของ OpenAI
OpenAI ยังรายงานว่า Terra มีประสิทธิภาพด้านต้นทุนสูงกว่า GPT-6 Astra อย่างมาก โดยทำผลงานใกล้เคียงกันบน Agents’ Last Exam แต่มีราคาต่อโทเคนประมาณหนึ่งในสิบ เมื่อใช้การให้เหตุผลระดับสูงสุด ยังใช้โทเคนน้อยกว่า Claude Opus 5.5 มากกว่าสามเท่า และมีราคาต่อโทนประมาณหนึ่งในสี่
ด้านความถูกต้อง ผลทดสอบภายในของ OpenAI พบว่าอัตราข้อผิดพลาดจาก Prompt ที่ออกแบบให้ชวนตอบผิดลดจาก 53.6% ใน GPT-5.6 Terra เหลือ 16.7% ที่ระดับการให้เหตุผลต่ำ และลดเหลือ 4.3% ที่ระดับสูงสุด นอกจากนี้ OpenAI ระบุว่าโมเดลเปิดเผยข้อจำกัดได้ตรงขึ้น ทำตามขอบเขตงานได้ดีขึ้น และต้านทาน Prompt Injection ได้ดี
ยังไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทุกงาน
ในงาน Software Engineering GPT-6.1 Terra ทำคะแนนได้ 50.3% บน Terminal-Bench 4.0 ที่ระดับการให้เหตุผลสูงสุด เทียบกับ 21.5% ของ GPT-5.6 Terra แต่ OpenAI ยังระบุว่า GPT-6.1 Sol และ GPT-6 Astra เหมาะกว่าเมื่อเป็นงาน Coding ที่ยากที่สุด
ด้านความปลอดภัย Terra ผ่านเกณฑ์ระดับ “Critical” ตาม Preparedness Framework ของ OpenAI และยังใช้มาตรการป้องกันที่พัฒนาจาก GPT-6 Astra อย่างไรก็ดี คะแนน Benchmark ไม่ได้แปลว่าโมเดลจะทำงานถูกต้องทุกครั้ง โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับการเงิน บัญชี หรือการตัดสินใจสำคัญ
เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณยังไง
สำหรับคนทำธุรกิจออนไลน์ Terra อาจมีประโยชน์เมื่อคุณต้องจัดการงานซ้ำ ๆ ที่เกี่ยวกับเอกสาร ภาพ และหลายแอปพร้อมกัน โดยเฉพาะธุรกิจที่ยังไม่มีทีมใหญ่ แต่มีข้อมูลจำนวนมากให้ประมวลผล
- ทดลองใช้กับงานอ่าน Invoice และกรอกข้อมูล โดยเริ่มจากข้อมูลที่ไม่กระทบธุรกิจหากผิดพลาด
- ใช้ทำ Workflow สำหรับข้อเสนอสินค้า แบบฟอร์ม และเอกสารภายใน แล้วให้คนตรวจขั้นสุดท้าย
- เปรียบเทียบต้นทุนจริงต่อ Task ไม่ใช่ดูแค่ราคาต่อโทเคน
- แยกงานตามความยาก: ใช้ Terra กับงานประจำ และเก็บโมเดลระดับสูงไว้สำหรับงาน Coding หรือการวิเคราะห์ที่ซับซ้อน
- ตั้งสิทธิ์การเข้าถึงและจุดตรวจสอบก่อนให้ AI ทำงานบนระบบบัญชีหรือแอปสำคัญ
GPT-6.1 Terra เปิดให้ผู้ใช้ Plus, Pro, Enterprise และ Edu ใช้ใน ChatGPT Work และ Codex ได้ทันที ส่วน Developer สามารถเรียกผ่าน API ด้วยชื่อโมเดล gpt-6.1-terra การเปิดตัวครั้งนี้จึงน่าสนใจไม่ใช่แค่เพราะโมเดลเก่งขึ้น แต่เพราะทำให้การนำ AI ไปต่อกับ Workflow จริงมีต้นทุนที่เข้าถึงง่ายขึ้น