Global Marketplace

EUDR ใกล้บังคับใช้ หลังแรงกดดันจากบริษัทสหรัฐฯ อาจทำกฎตรวจแหล่งที่มาอ่อนลง

รายงาน Mighty Earth พบการล็อบบี้จากบริษัทและกลุ่มธุรกิจสหรัฐฯ กว่า 350 ครั้ง เพื่อขอเลื่อนและผ่อนปรนกฎสินค้าปลอดการตัดไม้ของ EU

EUDR ใกล้บังคับใช้ หลังแรงกดดันจากบริษัทสหรัฐฯ อาจทำกฎตรวจแหล่งที่มาอ่อนลง

⚡ สรุปใน 30 วินาที

  • กลุ่มธุรกิจสหรัฐฯ ถูกระบุว่าหารือเรื่อง EUDR กว่า 350 ครั้ง
  • กฎ EUDR ห้ามนำเข้าสินค้าที่มาจากพื้นที่ตัดไม้ทำลายป่า
  • ผู้ส่งออกควรเตรียมข้อมูลแหล่งที่มาและระบบ Traceability ก่อนกฎมีผล

ถ้าคุณขายสินค้าเกษตร อาหาร หรือวัตถุดิบให้ลูกค้าในยุโรป กฎใหม่ที่กำลังจะมีผลอาจเพิ่มภาระด้านเอกสารและการตรวจสอบแหล่งที่มา รายงานของ Mighty Earth ระบุว่า บริษัทและสมาคมธุรกิจสหรัฐฯ เดินหน้าหารือกับผู้กำหนดนโยบาย EU กว่า 350 ครั้ง เพื่อขอเลื่อนหรือผ่อนปรน EU Deforestation Regulation (EUDR) แต่ฝ่ายธุรกิจยืนยันว่าการหารือมุ่งแก้ปัญหาการนำไปใช้จริง ไม่ใช่การล้มกฎหมาย

พาดหัวของเรื่องนี้จึงไม่ได้อยู่แค่การเมืองระหว่างสหรัฐฯ กับ EU แต่เกี่ยวข้องกับผู้ขายทั่วโลก เพราะ EUDR จะกำหนดให้สินค้าหลายประเภทต้องพิสูจน์ว่าไม่ได้มาจากพื้นที่ที่มีการตัดไม้ทำลายป่า

สินค้าหลายประเภทต้องตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งผลิต
สินค้าหลายประเภทต้องตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งผลิต

กฎ EUDR ครอบคลุมสินค้าที่อยู่ในห่วงโซ่การค้า

EUDR ครอบคลุมสินค้าอย่างโคโกโก้ กาแฟ น้ำมันปาล์ม ยางพารา ถั่วเหลือง และไม้ โดยหลักการคือห้ามนำเข้าสินค้าที่เชื่อมโยงกับการทำลายป่า กฎหมายนี้ถูกวางให้เป็นหนึ่งในมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นที่สุดของโลก

เดิมกฎหมายมุ่งตรวจสอบต้นทางของสินค้าอย่างละเอียด แต่การบังคับใช้ถูกเลื่อนมาแล้วสองครั้ง และรายละเอียดบางส่วนถูกปรับจนผู้สนับสนุนบางรายมองว่าเนื้อหาถูกลดทอนลงมาก กฎมีกำหนดเริ่มมีผลในเดือนธันวาคม

รายงานพบการพบปะกับผู้กำหนดนโยบายหลายร้อยครั้ง

Mighty Earth ระบุว่า ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2024 ถึงกรกฎาคม 2026 บริษัท สมาคมการค้า และองค์กรอุตสาหกรรมจากสหรัฐฯ 24 แห่ง เข้าพบสมาชิกสภายุโรปอย่างน้อย 173 ครั้ง และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ European Commission อีก 178 ครั้ง

กลุ่มที่มีการพบเจ้าหน้าที่ European Commission มาก ได้แก่ National Alliance of Forest Owners, Advanced Woody Biomass Alliance, US Soybean Export Council, Bunge, American Chamber of Commerce to the EU และ Cargill ส่วน Mondelēz ถูกระบุว่ามีการพบปะ 8 ครั้ง

รายงานยังระบุว่าแรงกดดันไม่ได้มาจากบริษัทเอกชนเท่านั้น แต่มีการประสานผ่านรัฐสภาสหรัฐฯ กระทรวงเกษตร สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และทำเนียบขาวด้วย หลังการพบกันระหว่าง Donald Trump กับ Ursula von der Leyen ในปี 2025 แถลงการณ์ร่วมของสหรัฐฯ และ EU ยังพูดถึงการพิจารณาข้อกังวลของผู้ผลิตและผู้ส่งออกสหรัฐฯ

สองฝ่ายอธิบายเรื่องนี้ไม่เหมือนกัน

Mighty Earth มองว่าเป็นแคมเปญเชิงรุกที่พยายามทำให้กฎหมายอ่อนลง และเรียกร้องให้ EU เปิดเผยข้อมูลการล็อบบี้มากขึ้น เพื่อให้ภาคประชาสังคมเข้ามาตรวจสอบได้สมดุลกว่าเดิม

ฝั่งองค์กรธุรกิจปฏิเสธว่าไม่ได้ร่วมกันขัดขวางกฎหมาย โดย American Chamber of Commerce to the EU ระบุว่า สนับสนุนเป้าหมายการลดการตัดไม้ทำลายป่า แต่ต้องการเวลาแก้ปัญหาระบบ IT และความไม่ชัดเจนของหน้าที่บริษัท ส่วน US Soybean Export Council บอกว่าต้องการช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อให้ทุกฝ่ายเรียนรู้วิธีปฏิบัติจริง

Bunge ระบุว่ามุ่งสร้าง Supply Chain ที่ปลอดการตัดไม้ทำลายป่า และมีระบบ Traceability ถึงระดับฟาร์มสำหรับถั่วเหลืองในพื้นที่สำคัญของอาร์เจนตินา บราซิล และปารากวัย ขณะที่ Cargill และ Mondelēz ไม่ได้ให้ความเห็นแบบเปิดเผยต่อสาธารณะในคำขอข้อมูลของสื่อ

เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณยังไง

แม้คุณจะไม่ได้ส่งสินค้าไป EU โดยตรง กฎนี้อาจกระทบผ่านผู้ซื้อ ตัวแทนจำหน่าย หรือโรงงานที่อยู่ในห่วงโซ่เดียวกัน โดยเฉพาะสินค้าที่ใช้ถั่วเหลือง ไม้ ยาง กาแฟ โกโก้ น้ำมันปาล์ม หรือวัตถุดิบจากภาคเกษตร

  • เช็กวัตถุดิบ ว่าสินค้าของคุณอยู่ในกลุ่มที่ EUDR ครอบคลุมหรือไม่
  • ขอข้อมูลแหล่งผลิต พิกัดฟาร์ม เอกสารซื้อขาย และหลักฐาน Traceability จากซัพพลายเออร์
  • แยกเก็บข้อมูลของแต่ละล็อต เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ง่าย
  • ติดตามประกาศเรื่องช่วงเปลี่ยนผ่าน ระบบ IT และแนวทางปฏิบัติของ EU ก่อนส่งสินค้า
  • คุยกับลูกค้าต่างประเทศล่วงหน้า ว่าต้องใช้เอกสารหรือข้อมูลใดประกอบการนำเข้า

รายละเอียดการบังคับใช้ยังเป็นประเด็นที่แต่ละฝ่ายมองต่างกัน แต่สำหรับผู้ขาย การรอให้กฎเริ่มมีผลแล้วค่อยเตรียมตัวอาจเสี่ยงกว่า การจัดระบบข้อมูลต้นทางตั้งแต่ตอนนี้ช่วยลดโอกาสที่สินค้าเอกสารไม่ครบจะติดปัญหาในตลาด EU

ที่มา

D

DADWORK

แบ่งปันมวลประสบการณ์งานของคุณพ่อธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่ลงมือทำเองล้วนๆ — ความรู้เรื่อง AI, ธุรกิจออนไลน์, การขาย และ mindset สู่อิสรภาพทางการเงิน