⚡ สรุปใน 30 วินาที
- EU ยึดสินค้าต้องสงสัยละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา 196 ล้านชิ้น
- สินค้าที่ถูกตรวจยึด 67% สูงกว่าปีก่อนหน้า
- ผู้ขายข้ามแดนควรตรวจสิทธิ์สินค้าและเอกสารนำเข้าให้รัดกุม
ถ้าคุณขายสินค้าเข้า EU โดยเฉพาะผ่าน E-commerce การตรวจสอบสินค้าและเอกสารกำลังสำคัญขึ้นมาก เพราะปีที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ EU ตรวจยึดสินค้าต้องสงสัยละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาได้ถึง 196 ล้านชิ้น มูลค่าประเมินรวม 6.3 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้น 67% จากปี 2024
ตัวเลขนี้มาจากรายงานของ European Commission และ European Union Intellectual Property Office (EUIPO) โดยนับสินค้าที่ต้องสงสัยว่าละเมิดสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกชิ้นได้รับการตัดสินแล้วว่าเป็นของปลอม

พัสดุ E-commerce กลายเป็นจุดที่ศุลกากรจับตา
จากสินค้าที่ถูกตรวจยึดทั้งหมด 154 ล้านชิ้นถูกกักไว้ภายใน EU ส่วนอีก 42 ล้านชิ้นถูกสกัดที่พรมแดนภายนอกของ EU ซึ่งมากกว่าสองเท่าจากปีก่อนหน้า
มูลค่าของสินค้าที่ถูกตรวจยึดบริเวณพรมแดนภายนอกอยู่ที่ประมาณ 2 พันล้านยูโร กรณีที่ศุลกากรดำเนินการมากที่สุดเกี่ยวข้องกับการขนส่งแบบ Express Courier 45,094 กรณี และพัสดุไปรษณีย์ 26,453 กรณี โดย European Commission ระบุว่าการขนส่งเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับ E-commerce
ปริมาณสินค้าที่ไหลเข้ายุโรปเพิ่มขึ้น พร้อมกับ Supply Chain ที่ซับซ้อนและช่องทางขนส่งหลากหลาย ทำให้ศุลกากรระบุและสกัดสินค้าปลอมได้ยากขึ้น ความเสี่ยงจึงไม่ได้อยู่เฉพาะสินค้าจากผู้ค้ารายใหญ่ แต่รวมถึงพัสดุจากร้านออนไลน์ขนาดเล็กด้วย
EU เตรียมใช้ระบบข้อมูลติดตามสินค้าที่เสี่ยง
European Commission ชี้ไปที่ Customs Reform ซึ่งจะจัดตั้ง EU Customs Authority และ EU Customs Data Hub ระบบดังกล่าวมีเป้าหมายติดตาม Supply Chain แบบใกล้เคียง Real-time และช่วยระบุพัสดุที่มีความเสี่ยงได้เร็วขึ้น
EU ยังใช้มาตรการด้านค่าธรรมเนียมเพื่อควบคุมการไหลเข้าของสินค้าปลอมและสินค้าคุณภาพต่ำ โดยเฉพาะสินค้าจากจีน ข้อมูลในรายงานระบุถึง Import Duty 3 ยูโร และ Customs Clearance Fee 2 ยูโรที่กำลังจะมีขึ้น รวมถึง Surveillance Fee ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อสนับสนุนการตรวจสอบสินค้า
เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณยังไง
สำหรับคนไทยที่ขายผ่าน Marketplace หรือส่งสินค้าเข้า EU ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่การขายได้ แต่คือการพิสูจน์ว่าสินค้ามีแหล่งที่มาถูกต้องและไม่ละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น การตรวจสอบก่อนส่งช่วยลดความเสี่ยงพัสดุถูกกัก ตีกลับ หรือสร้างต้นทุนเพิ่มเติม
- ตรวจว่าแบรนด์ รูปภาพ ลวดลาย และชื่อสินค้าที่ใช้มีสิทธิ์นำไปขายหรือไม่
- เก็บใบสั่งซื้อ ใบกำกับสินค้า และเอกสารจาก Supplier ไว้เป็นหลักฐาน
- ตรวจข้อกำหนดด้าน Product Safety และการติดฉลากของประเทศปลายทาง
- คำนวณ Import Duty และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องก่อนตั้งราคา
- ทบทวน Listing ที่ใช้คำว่าแบรนด์หรือมีดีไซน์ใกล้เคียงสินค้าที่มีเจ้าของสิทธิ์
ตัวเลขจาก EU สะท้อนว่าการค้าข้ามแดนยังมีโอกาส แต่กติกาด้านความถูกต้องของสินค้าและความปลอดภัยกำลังเข้มขึ้น คนขายจึงควรเตรียมเอกสารและตรวจสอบสินค้าให้พร้อมก่อนเพิ่มยอดส่งเข้า EU
ที่มา