AI & Tech

DoorDash ขยายจากส่งอาหารสู่ “ห้างในมือถือ” พร้อมสั่งซื้อผ่านแชต

DoorDash เพิ่มแบรนด์ค้าปลีก เปิด Dasher Returns และให้ลูกค้าสั่งของผ่านข้อความ หวังลดขั้นตอนการช้อปและเพิ่มมูลค่าตะกร้า

DoorDash ขยายจากส่งอาหารสู่ “ห้างในมือถือ” พร้อมสั่งซื้อผ่านแชต

⚡ สรุปใน 30 วินาที

  • DoorDash เพิ่ม Macy’s, Costco และแบรนด์ค้าปลีกอีกหลายราย
  • Text DoorDash ให้ลูกค้าค้นหาและสั่งซื้อผ่านข้อความโดยไม่ต้องเปิดแอป
  • AI ช่วยแนะนำสินค้าและตัวเลือกประหยัดเงินระหว่างจัดตะกร้า

ถ้าคุณขายสินค้าออนไลน์ จุดเปลี่ยนสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่การมีหน้าร้านบน Marketplace เท่านั้น แต่อยู่ที่การทำให้ลูกค้าค้นหา ตัดสินใจ และสั่งซื้อได้ง่ายที่สุด DoorDash กำลังเดินหน้าแนวคิดนี้ด้วยการเพิ่มร้านค้าปลีกหลายแบรนด์ พร้อมเปิดให้ลูกค้าสั่งของผ่านข้อความโดยไม่ต้องเปิดแอป

สัปดาห์นี้ DoorDash เพิ่ม Macy’s, Anthropologie, The North Face, Vans และ Timberland เข้ามาใน Retail Marketplace รวมถึงเปิดตัว Dasher Returns บริการประสานงานให้ Dasher ไปรับสินค้าที่ลูกค้าต้องการคืนถึงบ้าน

ทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของแผนขยาย DoorDash จากแพลตฟอร์มส่งอาหารไปสู่สิ่งที่บริษัทเรียกว่า “ห้างในมือถือ” หรือประสบการณ์ช้อปปิ้งที่รวมร้านอาหาร Grocery และสินค้า Retail ไว้ในที่เดียว

DoorDash กำลังรวมร้านอาหาร Grocery และสินค้า Retail ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว
DoorDash กำลังรวมร้านอาหาร Grocery และสินค้า Retail ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว

จากแอปส่งอาหารสู่ Marketplace ที่มีสินค้าหลากหลาย

ก่อนหน้านี้ในเดือนเดียวกัน DoorDash เพิ่งประกาศความร่วมมือกับ Costco ซึ่งเป็นหนึ่งในร้านค้าที่ผู้ใช้ค้นหาบนแพลตฟอร์มมานาน บริษัทระบุว่าปัจจุบันมีร้าน Grocery รายใหญ่ของสหรัฐฯ 8 จาก 10 รายอยู่บนแพลตฟอร์ม

DoorDash ยังขยายโครงการ Snap/EBT ด้วยการเพิ่ม Grocery อีก 7 ราย เช่น Albertsons Market, Amigos และ Boyer’s Food Markets หลังเปิดระบบชำระเงินด้วย SNAP/EBT มา 3 ปี บริษัทระบุว่ามีผู้ใช้เพิ่มบัตร SNAP แล้วกว่า 4.5 ล้านคน และมีร้านค้าราว 75,000 แห่งที่รองรับสิทธิ์ดังกล่าว

สั่งซื้อผ่านข้อความ และให้ AI ช่วยจัดตะกร้า

ฟีเจอร์ใหม่ชื่อ Text DoorDash เป็นส่วนขยายของ Ask DoorDash ผู้ช่วยภายในแอป ลูกค้าสามารถพูดคุยเพื่อค้นหาและสั่งซื้อสินค้าผ่านข้อความได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดแอป DoorDash ทุกครั้ง

แนวคิดนี้รองรับพฤติกรรมของลูกค้าที่ต่างกัน บางคนรู้แล้วว่าต้องการอะไรและอยากสั่งให้เสร็จเร็ว ส่วนบางคนอาจเริ่มจากโจทย์กว้าง ๆ เช่น ขอไอเดียเมนูหรือขอวัตถุดิบทั้งหมดสำหรับสูตรอาหาร

AI ยังช่วยแนะนำทางเลือกที่ราคาถูกลงระหว่างลูกค้ากำลังจัดตะกร้า เช่น เปลี่ยนเป็นแพ็กที่มีขนาดเหมาะกว่า เลือกแบรนด์อื่น หรือแนะนำสินค้า Private Label บริษัทมองว่าการแสดงตัวเลือกด้านราคาอย่างชัดเจนช่วยสร้างความเชื่อมั่นและทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้รับความคุ้มค่า

เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณยังไง

ข่าวนี้สะท้อนว่า Marketplace กำลังแข่งขันกันที่ การลดแรงเสียดทานก่อนการซื้อ ไม่ใช่แค่จำนวนร้านค้าหรือสินค้าที่มี หากลูกค้าค้นพบสินค้าได้เร็วขึ้นและตัดสินใจง่ายขึ้น โอกาสเกิด Conversion และตะกร้าที่ใหญ่ขึ้นก็มีมากขึ้น

  • จัดข้อมูลสินค้าให้ AI อ่านง่าย ทั้งชื่อสินค้า คุณสมบัติ ขนาด และการใช้งาน
  • เตรียมตัวเลือกหลายระดับราคา เพื่อรองรับลูกค้าที่ต้องการความคุ้มค่า
  • สร้างชุดสินค้า เช่น Bundle หรือรายการที่ใช้ร่วมกัน เพื่อช่วยให้ลูกค้าซื้อครบในครั้งเดียว
  • ติดตามว่าลูกค้าถามอะไรบ่อย เพราะคำถามเหล่านี้อาจกลายเป็น Prompt หรือระบบแนะนำสินค้าในอนาคต
  • อย่าพึ่ง AI เพียงอย่างเดียว เพราะราคา ความน่าเชื่อถือ และสิทธิประโยชน์ยังเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนตัดสินใจซื้อ

สำหรับคนทำ E-commerce สิ่งที่ควรจับตาคือการเปลี่ยนจากการค้นหาสินค้าแบบเดิม ไปสู่การสนทนากับ AI เพื่อบอกความต้องการ จากนั้นระบบจะช่วยคัดสินค้าและจัดตะกร้าให้เอง การทำให้สินค้าของคุณเข้าใจง่าย เปรียบเทียบง่าย และคุ้มค่าชัดเจน จึงอาจสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ

ที่มา

D

DADWORK

แบ่งปันมวลประสบการณ์งานของคุณพ่อธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่ลงมือทำเองล้วนๆ — ความรู้เรื่อง AI, ธุรกิจออนไลน์, การขาย และ mindset สู่อิสรภาพทางการเงิน