⚡ สรุปใน 30 วินาที
- ค่าระวางจีนไปฝั่งตะวันตกสหรัฐฯ แตะ 8,446 ดอลลาร์ต่อ FEU
- เส้นทางจีนไปเมดิเตอร์เรเนียนลดลงกว่าครึ่ง แม้ยอดจองยังเพิ่ม
- ต้นทุนอาจผันผวนอีกครั้งก่อนจีนหยุดโรงงานช่วง Golden Week
คนที่นำเข้าสินค้าจากจีนไปขายในสหรัฐฯ กำลังเจอต้นทุนขนส่งที่กดดันหนักขึ้น เพราะค่าระวางไปฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ แตะ 8,446 ดอลลาร์ต่อ FEU ณ วันที่ 23 กันยายน 2026 เกือบสองเท่าของค่าเฉลี่ย 12 เดือน และราวสี่เท่าของเดือนเดียวกันปีก่อน ขณะที่เส้นทางไปเมดิเตอร์เรเนียนกลับลดลงเหลือ 3,591 ดอลลาร์ต่อ FEU
เส้นทางเดียวกันจากจีน แต่ราคากลับสวนทาง
ช่วงต้นปี การส่งตู้จากจีนไป Genoa หรือ Valencia แพงกว่าส่งไป Los Angeles ราว 1.7 เท่า แต่ตอนนี้ภาพกลับกันอย่างชัดเจน ตู้ที่ไปฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ มีราคาแพงกว่าเส้นทางเมดิเตอร์เรเนียนถึง 2.35 เท่า
โดยทั่วไป ส่วนต่างระดับนี้มักสะท้อนว่าอุปสงค์ในสหรัฐฯ แข็งแรง ขณะที่ยุโรปชะลอตัว แต่ข้อมูลการจองเรือไม่ได้สนับสนุนคำอธิบายง่าย ๆ แบบนั้น
ยอดจองในยุโรปยังโต ไม่ได้หายไปไหน
ข้อมูลการจองจาก Shanghai, Ningbo และ Yantian ไปยังท่าเรือเมดิเตอร์เรเนียน 5 แห่ง เพิ่มขึ้น 38% จากปีก่อน และ 11 จาก 13 เส้นทางมีการเติบโต เมื่อดูค่าเฉลี่ย 28 วัน ยอดจองยังเพิ่มขึ้นประมาณ 11% จากจุดสูงสุดของค่าระวางเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม
เส้นทางไปยุโรปเหนือก็มีทิศทางใกล้เคียงกัน ยอดจองเพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 7.5% นับจากเดือนกรกฎาคม จึงยังไม่เห็นสัญญาณว่าอุปสงค์ในยุโรปล่มลง แม้ราคาค่าระวางจะลดลงมากกว่าครึ่ง
ฝั่งสหรัฐฯ โตจริง แต่ไม่มากพออธิบายราคา
ยอดจองจากจีนไปฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ และแคนาดาเพิ่มขึ้นประมาณ 50% จากปีก่อน แต่การเติบโตเกือบทั้งหมดมาจาก Long Beach ซึ่งยอดจองจากทั้งสามต้นทางเพิ่มมากกว่าสองเท่า
หากดูค่ากลางของแต่ละเส้นทาง การเติบโตอยู่ที่เพียงประมาณ 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ยอดจองจาก Ningbo ไป Los Angeles ลดลง 33% ส่วน Oakland และ Seattle ลดลงในหลายเส้นทาง นั่นหมายความว่าปริมาณสินค้าเพิ่มขึ้นน้อยกว่าการพุ่งขึ้นของราคาอย่างมาก
ปัจจัยด้าน Supply กำลังทำให้ราคาผันผวน
ฝั่งเอเชีย-ยุโรปมีเรือทยอยกลับมาใช้เส้นทางคลองสุเอซมากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ต้องอ้อมแหลมกู๊ดโฮป การเปลี่ยนเส้นทางช่วยเพิ่มกำลังการขนส่งที่ใช้งานได้ ขณะที่จำนวน Booking ที่สายเรือปฏิเสธในเส้นทางเมดิเตอร์เรเนียนลดลงจาก 8.3% เหลือ 7.1%
ฝั่งแปซิฟิกกลับเจอปัญหาเรือและตารางเดินเรือจากพายุไต้ฝุ่นที่ทำให้ท่าเรือจีนแออัด สายเรือยังประกาศยกเลิกเที่ยวเรือหลายเที่ยว หรือ Blank Sailing รวมถึง 9 เที่ยวในสัปดาห์เดียว นอกจากนี้ ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเรือที่สูงขึ้นจากความตึงเครียดบริเวณช่องแคบ Hormuz ก็เพิ่มแรงกดดันต่อเส้นทางระยะไกล
แต่ Supply อย่างเดียวก็ยังอธิบายราคาที่พุ่งขึ้นไม่ได้ทั้งหมด เพราะสัดส่วน Booking ฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ ที่ถูกปฏิเสธกลับลดลงจาก 10.1% เหลือ 8.3% จึงมีความเป็นไปได้ว่าพื้นที่ขนส่งกำลังถูกจัดสรรด้วยราคา มากกว่าจะเกิดภาวะไม่มีเรืออย่างแท้จริง
เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณยังไง
สำหรับคนทำ E-commerce ความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่ค่าระวางสูงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การคาดการณ์ยาก เพราะยอดจองอาจยังแข็งแรง แต่ Spot Rate สามารถเปลี่ยนเร็วจากกำลังการขนส่งที่ถูกปรับเพียงเล็กน้อย
- ตรวจสอบต้นทุนขนส่งแยกตามปลายทาง อย่าใช้ค่าเฉลี่ยเดียวกับทุกตลาด
- เผื่อเวลาและงบประมาณก่อนช่วง Golden Week ของจีน เพราะผู้ส่งออกอาจเร่งส่งสินค้าก่อนโรงงานหยุด
- เปรียบเทียบเส้นทางและท่าเรือปลายทาง เช่น ฝั่งสหรัฐฯ แต่ละเมืองมีแนวโน้ม Booking ไม่เหมือนกัน
- อย่าตัดสินใจจาก Spot Rate เพียงอย่างเดียว ควรดูทั้งยอดจอง ความแออัด และการยกเลิกเที่ยวเรือ
ช่วงทดสอบสำคัญจะมาถึงในต้นเดือนตุลาคม นักวิเคราะห์คาดว่าค่าระวางข้ามแปซิฟิกอาจมีแรงดันขึ้นอีกระลอกก่อนวันหยุดโรงงานจีน หลังจากนั้นราคามีโอกาสผ่อนลง หากความแออัดคลี่คลายและกำลังการขนส่งกลับเข้าสู่เส้นทางแปซิฟิกมากขึ้น