⚡ สรุปใน 30 วินาที
- แคนาดายืนยันจุดยืนเดิม และบอกว่าสหรัฐฯ เป็นฝ่ายขยับเข้าหา
- ทรัมป์ลดภาษีบางรายการ แต่ยังเก็บภาษี 50% กับสินค้าหลายกลุ่ม
- ธุรกิจควรกระจายตลาดและติดตามภาษี เพราะความไม่แน่นอนยังสูง
ผู้ส่งออกและธุรกิจที่พึ่งพาตลาดอเมริกาเหนือยังต้องรับมือความไม่แน่นอนต่อไป แม้การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับแคนาดาจะเริ่มเข้มข้นขึ้นเล็กน้อย แคนาดายืนยันว่าไม่ได้เปลี่ยนจุดยืน และมองว่าความคืบหน้าที่เกิดขึ้นมาจากสหรัฐฯ ขยับเข้าใกล้ข้อเรียกร้องของออตตาวา
แคนาดายังไม่ยอมถอยจากเส้นแดง
นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ กล่าวว่า การพูดคุยกับรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์มีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อย กระทรวงการค้าของแคนาดาระบุว่ายังอยู่ในช่วง “การเจรจาเชิงสร้างสรรค์” แต่จุดยืนหลักของประเทศยังเหมือนเดิม
แคนาดาเคยปฏิเสธข้อเสนอจากวอชิงตันในเดือนสิงหาคม หลังมองว่าเงื่อนไขดังกล่าวข้าม “เส้นแดง” ของประเทศ ต่อมาทรัมป์เรียกเก็บภาษี 50% กับสินค้าจากแคนาดามูลค่าราว 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และแคนาดาตอบโต้ด้วยมาตรการจำกัดทางการค้าเพิ่มเติม

ทรัมป์ส่งสัญญาณลดแรงกดดัน แต่ข้อตกลงยังไม่แน่นอน
ทรัมป์กล่าวว่าจะยกเลิกภาษี 50% บางส่วนกับสินค้าจากแคนาดา แต่เตรียมเรียกเก็บภาษีใหม่กับสินค้าอีกหลายสิบรายการ นอกจากนี้ เขายังบอกว่าข้อตกลงอาจเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ แม้ยอมรับว่าอาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน
ฝั่งแคนาดายังไม่มั่นใจว่าข้อตกลงใหม่จะได้รับการเคารพในระยะยาว เมื่อถูกถามว่าทรัมป์จะลงนามอย่างมั่นคงหรือไม่ คาร์นีย์ตอบว่าเขาไม่สามารถรับประกันได้ ความเห็นนี้สะท้อนว่าต่อให้มีข้อตกลง ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนนโยบายยังคงอยู่
เรื่องภาษีเริ่มกลายเป็นประเด็นในการแข่งขันเลือกตั้งวุฒิสภาสหรัฐฯ หลายพื้นที่ นักการเมืองรีพับลิกันบางรายเรียกร้องให้ยุติสงครามภาษี ขณะที่รัฐบาลประกาศยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าบางประเภทที่เกษตรกรและธุรกิจต้องใช้
พลังงานและอุตสาหกรรมรถยนต์คือจุดกดดันสำคัญ
ทรัมป์มักวิจารณ์การขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ กับแคนาดา แต่หากไม่นับภาคพลังงาน สหรัฐฯ กลับมีดุลการค้าเกินดุลกับแคนาดา สหรัฐฯ ยังนำเข้าน้ำมันจากแคนาดาหลายล้านบาร์เรลต่อวัน โดยทั่วไปในราคาที่มีส่วนลด
อีกประเด็นคือการผลิตรถยนต์ที่เชื่อมโยงกันข้ามพรมแดนมานานหลายทศวรรษ ทรัมป์ต้องการให้ผู้ผลิตย้ายฐานการผลิตจากแคนาดาไปสหรัฐฯ ซึ่งอาจกระทบห่วงโซ่อุปทาน โรงงาน และผู้ขายชิ้นส่วนในทั้งสองประเทศ
แคนาดาเร่งหาตลาดใหม่ ลดการพึ่งพาสหรัฐฯ
แรงกดดันจากภาษีและคำขู่ทางการเมืองทำให้แคนาดาพยายามเปิดตลาดอื่นมากขึ้น คาร์นีย์ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปยังประเทศนอกสหรัฐฯ เป็นสองเท่าภายในทศวรรษหน้า
แคนาดายังเตรียมหารือกับผู้นำสหภาพยุโรปเรื่องความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง ขณะที่ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปเสนอให้แคนาดาเป็นสมาชิกสมทบรายแรกของสหภาพยุโรป แต่รายละเอียดของสถานะนี้ยังไม่ได้กำหนด
เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณยังไง
แม้ข่าวจะเกิดขึ้นในอเมริกาเหนือ แต่ความขัดแย้งทางการค้าสามารถส่งต่อมายังต้นทุนสินค้า ค่าขนส่ง อัตราแลกเปลี่ยน และความต้องการซื้อของลูกค้าทั่วโลกได้ โดยเฉพาะธุรกิจที่ขายผ่าน E-commerce หรือพึ่งพาซัพพลายเออร์จากหลายประเทศ
- อย่าผูกตลาดไว้กับประเทศเดียว หากขายให้ลูกค้าในสหรัฐฯ ควรประเมินตลาดสำรองในยุโรปหรือภูมิภาคอื่น
- ตรวจสอบแหล่งผลิตและเส้นทางขนส่ง เพราะการเปลี่ยนภาษีอาจทำให้ต้นทุนจริงแตกต่างจากราคาซื้อเดิม
- ติดตามประกาศภาษีและข้อยกเว้นเป็นระยะ อย่าตัดสินใจจากข่าวการเมืองเพียงประโยคเดียว
- เผื่อส่วนต่างต้นทุนและระยะเวลาจัดส่งในราคาและแผนธุรกิจ โดยเฉพาะสินค้าที่ข้ามพรมแดนหลายครั้ง
ตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าข้อตกลงสหรัฐฯ–แคนาดาจะเสร็จสมบูรณ์แน่นอน ความคืบหน้าก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมอาจช่วยลดแรงกดดันระยะสั้น แต่สำหรับคนทำธุรกิจ การเตรียมแผนสำรองยังสำคัญกว่าการรอคำประกาศเพียงครั้งเดียว