Global Marketplace

ค่าขนส่งเอเชีย–สหรัฐฯ เริ่มนิ่ง แต่อัตราไปยุโรปกลับพุ่ง คนขายต้องจับตา

ค่าระวางเรือจากเอเชียไปสหรัฐฯ เริ่มแตะจุดสูงสุด ขณะที่เส้นทางยุโรปกลับเพิ่มขึ้น แม้เรือทยอยกลับผ่านทะเลแดง

ค่าขนส่งเอเชีย–สหรัฐฯ เริ่มนิ่ง แต่อัตราไปยุโรปกลับพุ่ง คนขายต้องจับตา

⚡ สรุปใน 30 วินาที

  • ค่าระวางเอเชีย–สหรัฐฯ เริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มอ่อนตัวช่วงที่เหลือของปี
  • เส้นทางเอเชีย–ยุโรปกลับขึ้นแรง แม้กำลังการขนส่งผ่านทะเลแดงเพิ่มขึ้น
  • ธุรกิจนำเข้าไม่ควรดูแค่เส้นทางเรือ แต่ต้องติดตามอุปสงค์และความเสี่ยงรายภูมิภาค

ถ้าคุณนำเข้าสินค้าจากเอเชียไปขายในสหรัฐฯ อาจเริ่มเห็นต้นทุนขนส่งผ่อนคลายในระยะต่อไป แต่ถ้าปลายทางอยู่ยุโรป ภาพกลับตรงกันข้าม เพราะค่าระวางเรือกำลังปรับขึ้น แม้สายเดินเรือทยอยกลับมาใช้เส้นทางทะเลแดงและคลองสุเอซมากขึ้น

ข้อมูลจาก Xeneta ระบุว่า ค่าระวางแบบ Spot จากเอเชียไปชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ เพิ่มเพียง 0.2% ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 23 ตุลาคม 2026 มาอยู่ที่ 8,311 ดอลลาร์ต่อ FEU ส่วนเส้นทางไปชายฝั่งตะวันออกเพิ่ม 0.2% เป็น 11,525 ดอลลาร์ต่อ FEU

การขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยสะท้อนว่าเส้นทางเอเชีย–สหรัฐฯ อาจผ่านจุดสูงสุดแล้ว และมีแนวโน้มอ่อนตัวในช่วงที่เหลือของปี 2026 แต่ระดับราคายังสูงกว่าฐานเดิมมาก

ค่าระวางเส้นทางสหรัฐฯ และยุโรปกำลังเคลื่อนไหวคนละทิศทาง
ค่าระวางเส้นทางสหรัฐฯ และยุโรปกำลังเคลื่อนไหวคนละทิศทาง

สหรัฐฯ เริ่มนิ่ง แต่ยุโรปกลับขึ้นแรง

เมื่อเทียบกับวันที่ 1 กรกฎาคม ค่าระวางไปชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ ยังสูงขึ้น 18.9% และสูงกว่าฐานก่อนวิกฤต Hormuz เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ถึง 342% ส่วนเส้นทางไปชายฝั่งตะวันออกเพิ่มขึ้น 31.7% และ 335% ตามลำดับ

ฝั่งยุโรปกลับมีทิศทางแตกต่างกันอย่างชัดเจน ค่าระวางจากเอเชียไปยุโรปเหนือเพิ่มขึ้น 6.8% ในหนึ่งสัปดาห์ มาอยู่ที่ 3,698 ดอลลาร์ต่อ FEU ขณะที่เส้นทางไปทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเพิ่ม 5.8% เป็น 4,442 ดอลลาร์ต่อ FEU

การเพิ่มขึ้นนี้เกิดขึ้นหลังค่าระวางยุโรปลดลงต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกรกฎาคม แม้เรือและบริการขนส่งบางส่วนกำลังกลับมาใช้ทะเลแดงมากขึ้น โดยเส้นทางเอเชีย–ยุโรปเหนือยังต่ำกว่าระดับวันที่ 1 กรกฎาคม 33.2% และเส้นทางเมดิเตอร์เรเนียนต่ำกว่า 36.7%

ทำไมเรือกลับมา แต่ค่าขนส่งยุโรปยังแพงขึ้น

การกลับมาของเรือผ่านทะเลแดงช่วยเพิ่มกำลังการขนส่งในตลาด แต่ไม่ได้แปลว่าค่าระวางจะลดลงทันที เพราะความต้องการขนส่งสินค้าไปยุโรปยังแข็งแรง Xeneta ระบุว่าปริมาณสินค้าที่ส่งจากเอเชียไปยุโรปในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2026 เพิ่มขึ้น 12.2%

สายเรือรายใหญ่หลายรายกลับมาให้บริการบางส่วนแล้ว ได้แก่ MSC, CMA CGM, Maersk, Hapag-Lloyd, Cosco และ OOCL ส่วน ONE, HMM และ Yang Ming ก็ประกาศแผนกลับมาเช่นกัน การกลับมาเป็นเพียงบางส่วน จึงยังไม่ทำให้กำลังการขนส่งเพิ่มขึ้นเต็มที่ในทันที

ประเด็นสำคัญคือ เส้นทางเรือเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ตัวกำหนดราคา ความต้องการขนส่ง ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการจัดสรรเรือของสายเดินเรือ ล้วนทำให้ราคาเปลี่ยนได้ แม้ภาพรวมกำลังการขนส่งจะดีขึ้น

เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณยังไง

หากคุณทำ E-commerce หรือสั่งสินค้าจากเอเชียไปขายในสหรัฐฯ ช่วงนี้อาจมีโอกาสเจรจาค่าขนส่งได้ดีขึ้นในอนาคต แต่ไม่ควรรีบลดราคาขายโดยอิงจากการคาดการณ์เพียงอย่างเดียว เพราะค่าระวางยังสูงกว่าฐานเดิมมาก

สำหรับผู้ที่ส่งสินค้าไปยุโรป ต้นทุนอาจยังผันผวนจากทั้งความต้องการที่เพิ่มขึ้นและการปรับเส้นทางของสายเรือ สิ่งที่ควรทำต่อมีดังนี้

  • แยกคำนวณต้นทุนตามปลายทาง ไม่ใช้ค่าขนส่งเฉลี่ยตัวเดียวกับทุกตลาด
  • เปรียบเทียบค่าระวางแบบ Spot กับสัญญาระยะยาวก่อนจองพื้นที่
  • เผื่อเวลาและต้นทุนสำหรับการเปลี่ยนเส้นทางผ่านทะเลแดงหรือคลองสุเอซ
  • ติดตามยอดสั่งซื้อจริงของตลาดปลายทาง เพราะอุปสงค์มีผลต่อราคาไม่แพ้จำนวนเรือ
  • ทบทวนราคาและ Margin ของสินค้าเป็นระยะ แทนการรอให้ค่าระวางลดลงตามคาด

ที่มา

D

DADWORK

แบ่งปันมวลประสบการณ์งานของคุณพ่อธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่ลงมือทำเองล้วนๆ — ความรู้เรื่อง AI, ธุรกิจออนไลน์, การขาย และ mindset สู่อิสรภาพทางการเงิน